สถานกงสุลใหญ่ไทยในเมืองโกตาบารู รุกบริการพิสูจน์สัญชาติไทยด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอ กลุ่มเป้าหมายคนไทยในมาเลเซียที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย หวังยกระดับชีวิตให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพลเมืองไทย
ปัญหาคนไทยไร้สัญชาติ-เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่สถานกงสุลใหญ่ไทยในเมืองโกตาบารู นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการตรวจสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่มีสถานะตกหล่นทางทะเบียนราษฎรจัดขึ้นโดยสถานกงสุลใหญ่ ศอ.บต. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่า ในระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค. 2567 คนไทยไร้สัญชาติในมาเลเซียเดินทางมาเข้ารับบริการพิสูจน์สัญชาติไทยด้วยวิธีการตรวจสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ
ปีนี้มีจำนวนผู้ลงทะเบียนจำนวน 235 คน เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดราว 80-90 เปอร์เซนต์ เทียบจากปีก่อนหน้าซึ่งมี 97 คน หรือมากที่สุดเท่าที่ทำโครงการนี้มา

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มโครงการ ตัวเลขผู้ลงทะเบียนในแต่ละปีอยู่ที่ราว 60-90 คน (เว้นช่วงโควิด-19 ในปี 2563-2565) ยอดรวมทั้งหมด 353 คน โดยดำเนินการตรวจดีเอ็นเอให้ผู้ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากคิดอัตราค่าบริการตามปกติขึ้นกับความซับซ้อนของการสืบทอดทางสายเลือดราคาตั้งแต่ 5,000 -10,000 บาท
เป้าหมายเพื่อให้ได้เอกสารยืนยันตัวตนอย่างบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อสามารถเข้าถึงการบริภาคภาครัฐ ซึ่งในปี 2566 สามารถออกบัตรประจำตัวประชาชนได้ราว 70 คนจากจำนวนคนลงทะเบียน 97 คน คิดเป็นกว่า 90 เปอร์เซนต์

“การแก้ไขปัญหาคนไทยในมาเลเซียดังกล่าว คือการดูแลและคุ้มครองเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ การให้บริการแก่คนไทยทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยกศาสนา ความเชื่อ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อทำให้คนไทยได้สัญชาติไทย” นายภาษิตกล่าว
คนไทยที่มีเอกสารยืนยันตัวตนอย่างบัตรประชาชนจะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงระบบสวัสดิการ การบริการภาครัฐต่างๆรวมถึงสาธารณสุข โรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย และเข้าศึกษาหาความรู้ในโรงเรียน ในฐานะพลเมืองไทย
“และยังทำให้มีหนังสือเดินทาง เป็นเอกสารสำคัญเพื่อให้สามารถอยู่ในมาเลเซียได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะสร้างศักยภาพให้กับคนไทย และเมื่ออยากกลับไปสามจังหวัดก็สามารถทำได้” นายภาษิตกล่าว

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดผู้ลงทะเบียนขอพิสูจน์สัญชาติไทยในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเกิดจากการทำงานเชิงรุกของสถานกงสุล ซึ่งหาข้อมูลและเดินทางไปหาคนไทยไร้สัญชาติด้วยตัวเอง เพื่อบรรเทาความหวาดระแวงว่าจะโดนเรื่องคดีความหรือเปล่า จะโดนจับหรือไม่
และเมื่อคนกลุ่มนี้ได้บัตรประชาชนและได้ใช้ประโยชน์สิทธิต่างๆอาทิ บัตรทอง รวมถึงโครงการดิจิตอลวอลเล็ตในอนาคต จึงเกิดการบอกต่อ ปากต่อปาก การร่วมกันทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้การขับเคลื่อนโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สาเหตุของปัญหาไร้สัญชาติ โดยเฉพาะคนไทยในจังหวัดนราธิวาสซึ่งมีพรมแดนติดรัฐกลันตัน ส่วนใหญ่เข้าประเทศมาเลเซียผิดกฎหมายโดยใช้ช่องทางธรรมชาติเข้ามาทำงานรับจ้างตัดยางในป่ายางพารา หรือทำการเกษตรเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน
เมื่ออยู่ในมาเลเซียเป็นเวลานาน สร้างครอบครัวและมีลูก แต่ไม่ได้มาแจ้งเกิด เอกสารต่างๆ จึงไม่มี และลูกวนซ้ำรอยเดิมตามรุ่นพ่อแม่รุ่นแล้วรุ่นเล่า นับเป็นปัญหาสะสม กลายเป็นคนไทยไร้สัญชาติ อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดเฉพาะคนไทยในมาเลเซีย แต่รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ที่คนไทยไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน สถิติรวมมากกว่า 2,000 คน
ความแตกต่างระหว่างสามจังหวัดชายแดนใต้กับภาคอื่นๆของประเทศกล่าวคือภาคอื่นจะเป็นการทะลักเข้ามาของแรงงานเพื่อนบ้าน ทั้งจากพม่า ลาวเข้าประเทศไทย แต่สามจังหวัดเป็นแรงงานไทยที่เป็นฝ่ายเดินทางไปทำงานในมาเลเซีย จากข้อได้เปรียบค่าเงินริงกิตมาเลเซียแข็งกว่าเงินบาทไทย เมื่อกลับมาบ้านสามารถจับจ่ายซื้อของได้มากมายและนำเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัว
นายกูเฮง ยาวอะห์ซัน เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า คนไทยไร้สัญชาติในมาเลเซียอยู่กันแบบหลบซ่อน ส่วนใหญ่เมื่อก่อนเป็นประเด็นการเมือง ความมั่นคง แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในสามจังหวัดไม่ค่อยดี
“นำเสนอประโยชน์กับบุคคลกลุ่มเหล่านี้ว่า หากไม่มีบัตรประชาชนทำให้ขาดโอกาสด้านการศึกษา เรื่องการทำมาหากิน การศึกษาของบุตร หลายท่านที่เดินทางมาในวันนี้กำลังท้องอยู่ กำลังมีลูกเล็ก ถ้ามีบัตรประชาชน จะมีหน่วยงานช่วยดูแลแม่และเด็ก และสิทธิประโยชน์มากมาย” นายกูเฮงกล่าว
“เมื่อได้รับบัตรประชาชนแล้วจะต้องติดตามต่อไปว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้จริงหรือไม่” นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต.กล่าว
นายวรวีร์ ไวยวุฒิ รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า การพิสูจน์สัญชาติไทยด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอเป็นการใช้หลักฐานวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติที่น่าเชื่อถือ โดยใช้หลักสายเลือดสามารถพิสูจน์ได้ 3 ชั้นลำดับ ทวด ปู่ย่าตายาย และพ่อแม่ลูก
ผลตรวจดีเอ็นเอใช้เวลาภายใน 1-2 เดือน ซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละราย เมื่อผลดีเอ็นเอยืนยันสายเลือดเดียวกัน สถานกงสุลจะออกเอกสารสูติบัตรเพื่อให้ผู้ร้องนำไปยื่นกับที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลกฝั่งไทยเพื่อออกบัตรประชาชน แต่กรณีผลดีเอ็นเอไม่ตรงกันจะต้องหาคู่เทียบใหม่
นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ อธิบดีกรมการกงสุลมองว่า การเชิญชวนโน้มน้าวคนไทยในมาเลเซียที่ไร้สัญชาติให้มาขอสัญชาติไทยของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับความนิยม แต่จากสถิติผู้ลงทะเบียนเพื่อขอสัญชาติไทยในปัจจุบันบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต