วันที่ 28 มี.ค. เดลี่เมล์ รายงานความคืบหน้าการสอบสวนเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าในเมืองเคเมโรโว เขตสหพันธ์ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 25 มี.ค. โดยมีชาวรัสเซียนับพันชุมนุมเรียกร้องขอความยุติธรรม และเรียกร้องให้ปลดผู้บริหารของเมืองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่า นางนาเดชดา ซุดเดนอก ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารห้างสรรพสินค้า วินเทอร์ เชอร์รี ถูกนำตัวขึ้นศาลในสภาพร่ำไห้

นางนาเดชดา ซุดเดนอก ผู้จัดการห้างสรรพสินค้า

จากภาพข่าว นางซุเดนอกเดินร้องไห้โฮระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีในศาลเขตซาวอดสกี ในเมืองเคเมโรโวพร้อมนายอเล็กซานเดอร์ นีคีติน เจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยอัคคีภัยและระบบแจ้งเตือนอัคคีภัยในห้างสรรพสินค้า

นายอเล็กซานเดอร์ นีคีติน เจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยอัคคีภัย

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ อิสเวสตียา ของรัสเซียรายงานจากห้องพิจารณาคดีของศาลว่า นางซุดเดนอกให้การปฏิเสธตามข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยประมาท จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีผู้เสียชีวิต 64 ราย ในจำนวนนี้เกินกว่าครึ่งเป็นเด็กถึง 41 ราย

นางซุดเดนอกให้การต่อศาลว่า ประตูในโรงภาพยนตร์บนชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเพลิงไหม้นั้น ไม่เคยมีการถูกปิดกั้น ในทางกลับกัน มีลูกค้าจำนวนมากร้องเรียนว่าประตูของโรงภาพยนตร์แกว่งไปมาจนทำให้เสียงดัง

ส่วนประตูภายในห้องโรงภาพยนตร์ถูกล็อกซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นสาเหตุให้ผู้คนออกไม่ได้และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น นางซุดเดนอกให้การอีกว่า ประตูดังกล่าวถูกล็อกโดยไม่ทราบสาเหตุ และกล่าวว่า สาเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้อาจเกิดจากการถูกลอบวางเพลิงจากกลุ่มคนที่มีแรงจูงใจก่อความไม่สงบเรียบร้อย

ขณะที่ประชาชนราวพันคนในเมืองเคเมโรโวออกมารวมตัวกันหน้าอาคารที่ทำการเมืองเคเมโรโว เพื่อประท้วงเจ้าหน้าที่ทางการของเมืองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของกองกำลังรักษาความแห่งชาติ โดยมีการล่ามโซ่ไว้ตรงหน้าประตูรั้วของที่ทำการเพื่อไม่ให้กลุ่มประท้วงบุกเข้าไปได้

กลุ่มประท้วงกล่าวโจมตีห้างสรรพสินค้าที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยคุณภาพต่ำ รวมทั้งประณามเจ้าหน้าที่ทางการว่าพัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเซ็นอนุมัติผ่านมาตรการรักษาความปลอดภัยอัคคีภัยของห้างสรรพสินค้าเพื่อแลกกับเงินสินบน และตบแต่งจำนวนยอดผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่าความเป็นจริง พร้อมเรียกร้องให้ นายอิลยา เซรเดยุก ผู้ว่าการเมืองเคเมโรโว ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้ประท้วงคนหนึ่งตะโกนว่า “ทำไมไม่บอกความจริงแก่พวกเรา”

ท่ามกลางบรรยากาศการประท้วงที่ตึงเครียด นายเซอร์เก ซีวีเลฟ รองผู้ว่าการเมืองเคเมโรโว ได้คุกเข่าต่อหน้ากลุ่มผู้ประท้วงเพื่อขอให้ยกโทษให้ เมื่อนายซีวีเลฟออกจากกลุ่มผู้ประท้วง ก็มีผู้ประท้วงรายหนึ่ง คือ นายอีกอร์ วอสตรีคอฟ ผู้สูญเสียภรรยา น้องสาว และลูกอีก 3 คน วัย 2 ขวบ 5 ขวบ และ 7 ขวบ ในเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้า แสดงความโกรธใส่นายซีวีเลฟ

นายอีกอร์ วอสตรีคอฟ ผู้สูญเสียภรรยา น้องสาว และลูกอีก 3 คน

“ผมไม่ได้เรียกร้องหลั่งเลือด ลูกๆ ผมตาย คุณไม่สามารถนำชีวิตเด็กคืนมาได้ ผมต้องการความยุติธรรม” นายวอสตรีคอฟ กล่าว

(ซ้าย) นายเซอร์เก ซีวีเลฟ/ (ขวา) นายอีกอร์ วอสตรีคอฟ

ด้านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ เดอะ มอสโก ไทมส์ ของรัสเซีย รายงานคำสัมภาษณ์ของนายอันตอน โกเรลคิน สมาชิกสภาเมืองเคเมโรโว ผู้สนับสนุนพรรคสหรัสเซียของนายวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า ห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้นไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัย ประตูหนีไฟถูกล็อกไว้ และระบบฉีดน้ำดับเพลิงไม่ทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

รายงานระบุว่า ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้รับการดัดแปลงมาจากโรงงานผลิตขนมหวานเก่าแก่ในสมัยสหภาพโซเวียต ทำให้มีทางเดินคดเคี้ยว บานหน้าต่างไม่มาก นอกจากนี้มีบันได บันไดเลื่อน และลิฟต์ยก อย่างละอันทั้งห้างสรรพสินค้า

นายโกเรลคินยังกล่าวโจมตีนายซีวีเลฟ รองผู้ว่าการเมืองเคเมโรโวว่าได้รับเงินสินบนจนบังตา โดยห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเปิดทำการเมื่อปี 2556 สร้างมาจากพลาสติกราคาถูกและใช้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์จำนวนมากด้วยวิธีการที่ชั่วร้าย

“ไม่มีเงินคอร์รัปชั่นจำนวนใดสามารถนำชีวิตของเด็กที่ตายไปกลับคืนมาได้” นายโกเรลคินกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน