ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเริ่มแล้ว ‘ระบบสองราคา’ ชาร์จค่าของ-ค่าเข้าเพิ่ม หลังนทท.แห่เที่ยวล้น รับมือยาก ขัดแย้งวิกฤติภายในประเทศ

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาใช้ ‘ระบบสองราคา’ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนพื้นที่ หลังจำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากค่าเงินเยนที่กำลังอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทั้งยังรับมือยาก คนมองขัดแย้งวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศที่ถดถอย

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น ระบุว่า หัวหน้าองค์กรการท่องเที่ยวฮอกไกโด เรียกร้องให้ธุรกิจต่างๆ ในจังหวัดทางเหนือสุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องทิวทัศน์สวยงามและรีสอร์ทฤดูหนาว กำหนดราคาที่ถูกกว่าสำหรับคนในท้องถิ่น โดยจะเริ่มระบบดังกล่าวจะเริ่มใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

ภาพประกอบ

ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า เขากำลังพิจารณาเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าชมปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกถึง 4 เท่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยจะกำหนดให้จ่ายในราคา 30 ดอลลาร์ และ 5 ดอลลาร์สำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเข้าปัจจุบันอยู่ที่ 6.44 ดอลลาร์ต่อคน

โดยอ้างว่า สาเหตุที่ต้องเก็บค่าเข้าสำหรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้เยี่ยมชมล้น อาจเกิดความเสียหายต่อตัวปราสาทได้ ทำให้เกิดค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น และได้อ้างถึงตัวเลขผู้เข้าชมปราสาทแห่งนี้เมื่อปี 2023 มีจำนวน 1.48 ล้านคน โดย 452,300 คนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลจังหวัดโอซากะ เตรียมพิจารณาการเก็บภาษีนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงงาน World Exposition ที่จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2568 เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับมาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่ ร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งหนึ่งในโตเกียวได้นำระบบสองราคามาใช้แล้ว เมื่อเดือนเมษายน โดยคิดค่าบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7,678 เยน สำหรับบุฟเฟต์อาหารในวันธรรมดา

ส่วนคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นจะคิดค่าบริการ 6,578 เยน ซึ่งทางเจ้าของร้านออกมาเผยว่า ทางร้านต้องขึ้นค่าจ้างพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ

โดยผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกมาโต้ถึงระบบสองราคาไว้ว่า ธุรกิจและผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเกินไป ควรอธิบายเหตุผลและวิสัยทัศน์ของตนอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นอาจเกิดความกังขาขึ้นได้

ภาพประกอบ

หากผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา เนื่องจากต้นทุนการให้บริการชาวต่างชาติที่สูงขึ้น พวกเขาควรส่งเสริมโน้มน้าวใจนักเดินทางว่า ค่าบริการนั้นคุ้มค่ากับราคาอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นต้องดิ้นรน เพื่อรับมือกับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามานับตั้งแต่สิ้นสุดการระบาดโควิด19 โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศจะมีการกั้นรั้วขนาดใหญ่ เพื่อปิดกั้นทัศนียภาพที่จุดถ่ายภาพยอดนิยมภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการประพฤติตัวไม่เหมาะสม

ภาพประกอบ

นอกจากนี้ จังหวัดหนึ่งในพื้นที่ยังได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินป่า เพื่อหยุดการ “ปีนหน้าผา” และเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยบนภูเขา

แต่อีกนัยหนึ่งกลับมองว่า การที่มีระบบเก็บเงินสองราคานั้น ส่วนใหญ่มักพบเห็นตามสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกำลังพัฒนา ทำให้เกิดความกังวลว่า ญี่ปุ่นอาจต้องสูญเสียภาพลักษณ์ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน