จีนเอาบ้าง! เตรียมปล่อยกลุ่มดาวเทียมสู้’สเปซเอ็กซ์สตาร์ลิงก์’
จีนเอาบ้าง! – วันที่ 6 ส.ค. รอยเตอร์รายงานว่า เซี่ยงไฮ้ สเปซคอม แซทเทลไลต์ เทคโนโลยี รัฐวิสาหกิจของประเทศจีนเตรียมปล่อยกลุ่มดาวเทียมชุดแรกที่ออกแบบมาเพื่อเป็นระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตดาวเทียมแบบเดียวกันกับสตาร์ลิงก์ของสเปซเอ็กซ์ เอกชนสัญชาติอเมริกัน
หากทำสำเร็จจะถือเป็นอีกขั้นของความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ของจีนในการมีระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายเพื่อให้บริการประชาชนคล้ายกับระบบสตาร์ลิงก์ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมดวงเล็กๆ เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายราว 5,500 ดวง
นอกจากนี้ การแข่งขันแย่งชิงพื้นที่วงโคจรระดับต่ำ (LEO) ของโลกนั้นยังมีเรื่องของแสนยานุภาพทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมดุลแสนยานุภาพของแต่ละชาติ
การปล่อยดาวเทียมชุดแรกของ เซี่ยงไฮ้ สเปซคอม แซทเทลไลต์ เทคโนโลยี หรือเอสเอสเอสที จะมีขึ้นที่ศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวน มณฑลชานซี ทางภาคเหนือของประเทศ ประกอบไปด้วยดาวเทียมขนาดเล็กหลายพันดวง จากทั้งหมดกว่า 15,000 ดวง ตามแผน “G60 Starlink Plan”
รายงานระบุว่า ดาวเทียมที่ใช้วงโคจรระดับต่ำนั้นมีความสูงจากพื้นโลกประมาณ 300 ถึง 2,000 กิโลเมตร มีข้อดีคือ ใช้งบลงทุนน้อยและมีประสิทธิภาพในการสื่อสารสูงกว่าดาวเทียมที่อยู่ในระดับความสูงมากๆ ขึ้นไป
สำหรับระบบกลุ่มดาวเทียมสตาร์ลิงก์ของบ.สเปซเอ็กซ์ที่ก่อตั้งโดยนายอีลอน มัสก์ อภิมหาเศรษฐีนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการหลายหมื่นคนแล้วในสหรัฐอเมริกา โดยสเปซเอ็กซ์มีแผนจะเพิ่มจำนวนดาวเทียมสตาร์ลิงก์อีกหลายหมื่นดวง ถือเป็นระบบกลุ่มดาวเทียมสื่อสารที่ใหญ่ที่สุด
ระบบสตาร์ลิงก์ยังถูกนำมาให้ฝ่ายยูเครนใช้งานเพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซียด้วย โดยกองทัพจีนจับตาและศึกษาบทเรียนอย่างใกล้ชิด และเคยเตือนถึงภัยคุกคามจากระบบสื่อสารในรูปแบบนี้หากจีนเข้าสู่ภาวะศึกสงครามกับสหรัฐฯ
ขณะที่บรรดาสื่อกระบอกเสียงของทางการจีนยังเคยวิพากษ์วิจารณ์ถึงระบบสตาร์ลิงค์ว่าเป็นภัยคุกคามอย่างจริงจังต่อความมั่นคงของดาวเทียมของชาติต่างๆ ในอวกาศด้วย
ทั้งนี้ แผน “G60 Starlink Plan” ของเอสเอสเอสที ประกอบด้วยการส่งกลุ่มดาวเทียมแบ่งออกเป็นการปล่อยดาวเทียมจำนวนมาก มีเป้าหมายปล่อยให้ได้ 108 ดวงในปีนี้ และอีก 648 ดวงภายในปี 2568 จนครบ 15,000 ดวง ซึ่งจะครอบคลุมทั่วโลกภายในปี 2573