สะพานข้ามแม่น้ำฮัน เกาหลีใต้ มีสายด่วนให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา ช่วยชีวิตคนคิดสั้นได้เกือบ 10,000 คนภายใน 13 ปี
อัตราการฆ่าตัวตายของเกาหลีใต้อยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปี 2563 มีผู้ฆ่าตัวตายโดยเฉลี่ย 24.1 คนต่อ 100,000 คน ซึ่งไม่เพียงแซงหน้าประเทศลิทัวเนียในยุโรปตะวันออกเท่านั้น แต่ยังติดอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกขององค์การเศรษฐกิจ ความร่วมมือและการพัฒนา (OECD)
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิประกันชีวิตจึงได้จัดตั้งโทรศัพท์ให้คำปรึกษาด้านชีวิต 75 เครื่องบนสะพานข้ามแม่น้ำฮัน ซึ่งช่วยชีวิตผู้คนได้เกือบ 10,000 คนในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา
ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ เพื่อป้องกันไม่ให้คนเดินผ่านสะพานข้ามแม่น้ำฮันคิดสั้น ปัจจุบันมีโทรศัพท์ “SOS Life Lines” จำนวน 75 เส้นได้รับการติดตั้งบนสะพาน 20 แห่งข้ามแม่น้ำฮัน เพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. มูลนิธิประกันชีวิตปฏิบัติกาประกาศผลสถิติชี้ว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 ถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ มีผู้ได้รับการช่วยชีวิตรวม 9,838 รายในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ มีผู้คน 2,203 คนเลือกที่จะโทรหาสายด่วนฉุกเฉิน SOS ก่อนที่จะฆ่าตัวตายบนสะพานข้ามแม่น้ำฮัน และได้รับการช่วยเหลือในที่สุด
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า จำนวนผู้ที่มีอายุระหว่าง 10 ถึง 19 ปี 3,147 คน (32%) อายุระหว่าง 10 ถึง 19 ปี มี 2,667 คน (27%) และอายุระหว่าง 30 ถึง 39 ปี 644 คน (6.5%) พร้อมทั้งวิเคราะห์แยกตามเพศเป็นผู้ชาย 5,592 คน (57%) และผู้หญิง 3,480 คน (35%)
หัวข้อการให้คำปรึกษาหลักของผู้ที่โทรปรึกษาด้านจิตวิทยา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการปรับตัวกับสภาพแวดล้อม (20%, 2,448 ราย) รองลงมาคือ ความกังวลเกี่ยวกับการศึกษาในอนาคตหรือการจ้างงาน (18%, 2,212 ราย) ตามด้วยรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตหรือรู้สึกวิตกกังวลกับอนาคต (16%, 2468 ราย)
ในบรรดาสะพาน 20 แห่งที่ข้ามแม่น้ำฮัน สะพานมาโปถือเป็นสะพานที่มีการโทรออกมากที่สุด โดยมีจำนวนการโทรถึง 5,691 แห่ง (58%) ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา โดยคนเลือกที่จะคิดสั้นสามารถติดต่อหน่วยกู้ภัย 119 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทีมงานและตำรวจจะรีบดำเนินการป้องกันไม่ให้คนที่เดินผ่านไปมาคิดสั้นโดยเร็วที่สุด
ลี จางวู ประธานมูลนิธิประกันชีวิต กล่าวว่า “มูลนิธิได้ดำเนินการ ‘SOS Life Line’ มาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว และมุ่งมั่นที่จะรับฟังความยากลำบากของทุกคน และปล่อยให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวังของชีวิต ในอนาคต เราจะช่วยป้องกันการฆ่าตัวตายต่อไป”

