ไต้หวันส่งเสริม นโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่ เสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ผ่านโครงการเมืองอัจฉริยะ ได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยไต้หวัน-เบี้ยเลี้ยงฟรี

ดร. หลินเจียหลง (林佳龍) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เปิดเผยถึงนโยบายต่างประเทศให้กับคณะสื่อมวลชน 20 ประเทศที่ได้เดินทางมาเยือนกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการตามแนวคิด “การทูตแบบบูรณาการ” โดยส่งเสริมการทูตเชิงคุณค่า การทูตพันธมิตร และการทูตเชิงเศรษฐกิจและการค้า

ไต้หวันอยู่ในตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ โดยประการแรก ไต้หวันเป็นแกนหลักเชิงยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคผ่านการทูตพันธมิตรด้านความมั่นคง ซึ่งช่วยส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคนี้

ประการที่สอง ไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้เทคโนโลยีและศักยภาพในการเพิ่มความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจระดับโลก ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ เพื่อดำเนินนโยบายการค้าทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ประการที่สาม ไต้หวันเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่ประชาธิปไตยโลก ซึ่งเชื่อมโยงประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเพื่อต่อต้านเผด็จการและดำเนินการทูตบนพื้นฐานของคุณค่า

ในด้านเศรษฐกิจ ไต้หวันผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงประมาณ 90% ของโลก ซึ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันกำลังปรับตัวต่อความท้าทายเหล่านี้โดยกระจายการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

โดยบริษัท TSMC กำลังตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งไม่เพียงกระจายการผลิต แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงขยายการแยกเซมิคอนดักเตอร์ไปยังประเทศกำลังพัฒนา เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม คอสตาริกา และเม็กซิโก เพื่อพยายามลดต้นทุน

ที่สำคัญ ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้ส่งเสริมนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่ ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการสร้างความหลากหลายทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีการแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรมทรัพยากร และการเชื่อมโยงในภูมิภาคกับประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน // Taiwan Today

ด้วยแนวทางของ “นโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่เชิงดิจิทัล” จะขยายความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่อย่างหลากหลาย ด้วยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐบาล เอกชน และการศึกษา พร้อมทั้งใช้ซอฟต์พาวเวอร์และพลังแห่งความดีของไต้หวันให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

ด้านการลงทุนของไต้หวันใน 10 ประเทศอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย ความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างไต้หวันและไทยถูกนำเสนอผ่านโครงการเมืองอัจฉริยะไทเป (Taipei Smart City) ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือทางเทคโนโลยีของไต้หวันกับประเทศไทยไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

โดยเน้นความก้าวหน้าด้านโซลูชันเมืองอัจฉริยะ การผลิตอัจฉริยะ การขนส่งอัจฉริยะ และการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ รวมถึงมีการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน // Taiwan Today

โดยร่วมมือกับบริษัทอมตะในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคโนโลยีของไต้หวัน โดยเฉพาะในเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทางรัฐบาลไต้หวันเรียกนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่ว่า เป็นนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่เชิงดิจิทัล

นอกจากนี้ รมว. หลินเจียหลงยังเป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาของหลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับเยาวชนประเทศเป้าหมายนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่ ปี 2567 ที่ร่วมจัดโดย 5 สถาบันการศึกษาไต้หวัน โดยมีนักศึกษาจาก 12 ประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ครั้งใหม่จำนวน 105 คนเข้าร่วมด้วย

โดยการเปิดโครงการ 2024 New Southbound Policy Elite Study Program จะให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีหรือระดับบัณฑิตศึกษาจากประเทศไทย (ระหว่างเข้าร่วมโครงการต้องมีสถานภาพนิสิต) เดินทางไปร่วมโครงการที่ไต้หวัน โดยมีการสนับสนุนทั้งตั๋วเครื่องบินไป-กลับ, บัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ, คอร์สเรียนภาษาจีนแมนดารินและรายวิชาที่เกี่ยวข้อง, ประกันสุขภาพ, หอพักในมหาวิทยาลัย รวมถึงเบี้ยเลี้ยง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน