เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เว็บไซต์ มีเดี่ยม รายงานว่านายเฉินหยาง อายุ 63 ปี คณบดี แผนกวรรณกรรมของมหาวิทยาลัยหนานจิง ประเทศจีน ถูกทวงความยุติธรรม จากการเคลื่อนไหวทางสังคม #มีทู ในประเทศจีน ซึ่งกำลังขยายตัวมากขึ้น ด้วยเหตุที่เมื่อ 20 ปีก่อน เขาล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนนักเรียนหญิง ซึ่งทำให้เธอฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย. นางสาวหลี่หยูหยู่ รำลึกถึงเพื่อนเธอ ชื่อว่า เก๋าหยาน ซึ่งตกเป็นเหยื่อข่มขืน แล้วเธอตัดสินใจเรียกร้องให้รื้อคดีเพื่อสอบสวนใหม่อีกครั้ง
หลี่หยูหยู่ เปิดเผยเรื่องราวในบล็อกส่วนตัวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2539 เก๋าหยาน เป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน และเฉินหยาง เป็นครูสอนวรรณกรรมของเธอ โดยเฉินหยาง ได้ล่อลวงเก๋าหยาน ให้ไปที่อพาร์ทเมนต์ของเขา เมื่อเก๋าหยานไปหาเขาที่อพาร์ทเมนต์ เธอก็ถูกเขาข่มขืน จากนั้นเก๋าหยาน ไปเผชิญหน้ากับเฉินหยาง ทั้งนี้ เขาปฏิเสธการกล่าวหาและปล่อยข่าวลือว่าเธอมีอาการทางจิต
“หลี่หยูหยู่” ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวทางสังคม #มีทู ซึ่งจุดประกายให้เธอกล้าเล่าเรื่องระหว่างเก๋าหยาน และเฉินหยาง ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากไม่พอใจและต่อต้านเฉินหยาง แล้วเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยจัดการกับเขาให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม เฉินหยาง ให้การว่าตำรวจได้ตรวจสอบความสัมพันธ์ของเขากับเก๋าหยาน แล้วไม่พบว่ามีเรื่องผิดกฏหมายแต่อย่างใด
เวลาต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้เผยเอกสารว่า เฉินหยาง เคยถูกตักเตือนในข้อหา ‘ผิดศีลธรรม’ เมื่อปี 2541 จากนั้นทางมหาลัยหนานจิงจึงแถลงว่า เฉินหยาง ไม่เหมาะสมที่จะทำงานในตำแหน่งคณบดีต่อไป แล้วได้ดำเนินการเชิญให้เขาลาออกจากงาน นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้ออกกฏเพิ่มเติมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจะเกิดขึ้นในอนาคต

