พิพาททะเลจีนใต้ ปินส์พ้อถูกจีนกดดันหนักยุติอ้างสิทธิน่านน้ำ

พิพาททะเลจีนใต้ – วันที่ 12 พ.ย. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการฟิลิปปินส์เผยถูกทางการจีนกดดันหนักให้ยุติอ้างเขตอธิปไตยเหนือน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้

คำกล่าวของนายกิลเบอร์โต ทีโอโดโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ มีขึ้นในการหารือกับรมว.กลาโหมของออสเตรเลีย ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย

ถือเป็นการหารือระหว่างกันครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เดือนส.ค. 2566 ที่ฟิลิปปินส์และออสเตรเลียลงนามในข้อตกลง (เดือนก.ย. 2566) ภารกิจลาดตระเวนทางอากาศและทางทะเลในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ร่วมกัน และฟิลิปปินส์ยังซ้อมรบร่วมกับออสเตรเลียเป็นครั้งแรกด้วย

นายทีโอโดโร กล่าวว่า ทางการจีนกำลังยกระดับการกดดันฟิลิปปินส์ให้ยอมยุติอำนาจอธิปไตยของตัวเองเหนือทะเลพิพาท และยืนยันว่าฟิลิปปินส์กำลังตกเป็นเหยื่อถูกคุกคามโดยจีน

ด้านนายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวตอบโต้ว่า จีนเพียงดำเนินตามมาตรการเพื่อยืนยันอำนาจอธิปไตยของจีนเหนือทะเลจีนใต้เท่านั้น หลังทางการฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาก่อน

“หากฟิลิปปินส์ยุติการรุกล้ำและยั่วยุก็จะทำให้สถานการณ์พิพาททางทะเลไม่ยืดเยื้อบานปลายไปมากกว่านี้” นายหลินระบุ

ความเคลื่อนไหวของล่าสุดเกิดขึ้นหลังทางการจีนกำหนดขอบเขตน่านน้ำของตัวเองขึ้นใหม่รวมถึงพื้นที่พิพาทกับฟิลิปปินส์อย่างแนวสันดอนสการ์โบโรห์ เพื่อตอบโต้ที่ทางการฟิลิปปินส์ประกาศใช้กฎหมายทางทะเลใหม่ 2 ฉบับ เพื่อตอกย้ำสิทธิตัวเองเหนือแนวสันดอนดังกล่าว

ส่งผลให้สภาน่านน้ำแห่งชาติของฟิลิปปินส์เผยแพร่แถลงการณ์แสดงความคัดค้านการกำหนดขอบเขตข้างต้นของจีน เนื่องจากเป็นการก้าวล่วงอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของฟิลิปปินส์

“การกำหนดขอบเขตน่านน้ำของจีนเป็นความพยายามต่อเนื่องการเข้ายึดครองแนวสันดอนสการ์โบโรห์อย่างมิชอบตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งฟิลิปปินส์ยังแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อเนื่อง” แถลงการณ์ระบุ

รายงานระบุว่า ภายหลังจีนเข้ายึดครองแนวสันดอนสการ์โบโรห์ในปี 2555 จีนและฟิลิปปินส์มีเหตุเผชิญหน้าขัดแย้งกันอย่างเป็นประจำ โดยจีนนำเรือยามฝั่งและเรือประมงเข้ามาในบริเวณดังกล่าว ซึ่งฟิลิปปินส์กล่าวหาว่าเรือประมงใหญ่บางลำนั้นเป็นเรือติดอาวุธ

ทางการจีนยังอ้างสิทธิและอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ทำให้เกิดการทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษและน่านน้ำของหลายประเทศ อาทิ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยทะเลจีนใต้ยังเป็นทางผ่านของเรือสินค้ามูลค่ากว่า 104 ล้านล้านบาทต่อปี

กรณีพิพาทข้างต้นส่งผลให้ทางการฟิลิปปินส์นำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการถาวร หรือพีซีเอ นครเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งวินิจฉัยชี้ขาดเมื่อปี 2559 ว่า การอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้นั้น “ไม่เป็นไปตาม” ข้อบังคับสากล แต่ทางการจีนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล

ทั้งนี้ กรณีพิพาทที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ทำให้ฟิลิปปินส์มีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียมากขึ้น โดยฟิลิปปินส์มีแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อยุทโธปกรณ์จากชาติตะวันตก อาทิ ฝูงบินรบ และขีปนาวุธพิสัยกลาง มูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเสนอจะส่งคณะวิศวกรไปคอยให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน