ไต้หวันเร่งสืบ ปมสายสื่อสารใต้น้ำเสียหาย-ชี้เรือต้องสงสัยมีลูกเรือจีนอื้อ
ไต้หวันเร่งสืบ – วันที่ 7 ม.ค. รอยเตอร์รายงานว่า หน่วยยามฝั่งไต้หวันพบสายเคเบิลสื่อสารใต้น้ำเสียหาย โดยคาดว่าอาจเป็นฝีมือของเรือจดทะเบียนสัญชาติคาเมรูน-ทานซาเนีย มีลูกเรือจีนทั้งหมด และมีสำนักงานที่ฮ่องกง แต่สภาพอากาศไม่ดีจึงไม่สามารถขึ้นเรือเพื่อตรวจสอบได้
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยามฝั่งไต้หวันพุ่งเป้าไปที่เรือต้องสงสัยที่อาจเป็นสาเหตุของสายเคเบิลสื่อสารใต้น้ำเสียหายบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ ซึ่งทางหน่วยยามฝั่ง ล่าสุด พยายามนำกำลังติดตามไปเพื่อขึ้นเรือขอตรวจสอบแต่สภาพอากาศไม่ดี
ขณะที่เรือดังกล่าวเดินทางต่อไปยังนครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้แล้ว โดยยามฝั่งไต้หวันทราบว่า ลูกเรือทั้งหมด 7 คน มีสัญชาติจีน และเจ้าของเรือนั้นอาศัยอยู่ที่เกาะฮ่องกง
“หากพิจารณาเหตุลักษณะคล้ายกันที่ทะเลบอลติกในยุโรปเมื่อปีที่แล้วผนวกกับเส้นทางเดินเรือของเรือลำดังกล่าว ทางหน่วยยามฝั่งของไต้หวันนั้นไม่สามารถที่จะทราบถึงเจตนาของเรือลำนี้ได้” ยามฝั่งไต้หวันระบุ
รายงานระบุว่า ไต้หวันและจีนนั้นอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งเรื่องอธิปไตยเกาะไต้หวัน โดยไต้หวันเผชิญกับแรงกดดันจากจีนและยุทธวิธีบีบคั้นหลากหลายรูปแบบ อาทิ การใช้บอลลูนบินเฉียดเกาะ รวมไปถึงการใช้เรือขุดทรายใต้ทะเล (อาจทำให้สายเคเบิลเสียหายได้)
ขณะที่ทางการไต้หวันอยู่ระหว่างประสานงานกับทางการเกาหลีใต้เพื่อขอความช่วยเหลือให้เข้าตรวจสอบเรือลำดังกล่าวแล้ว แต่ยามฝั่งของเกาหลีใต้ยังไม่มีท่าทีใดๆ ที่ชัดเจนออกมา
อย่างไรก็ดี สำนักงานกิจการดิจิตอลของไต้หวัน ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้ระบบสื่อสารในเกาะไต้หวันขัดข้อง และการซ่อมแซมน่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 ก.พ.นี้
เหตุลักษณะคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 โดยการสืบสวนของทางการไต้หวันพบว่าเป็นเรือประมงและเรือสินค้าจีนที่ทำให้สายเคเบิลเชื่อมต่อกับเกาะมัตทสึขาด ส่งผลให้ชาวไต้หวัน 14,000 คน บนเกาะไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
อย่างไรก็ตาม การสืบสวนไม่พบหลักฐานว่า เรือทั้งสองลำและทางการจีนมีเจตนาต้องการสร้างความเสียหายให้กับสายเคเบิลใต้น้ำ
ทั้งนี้ ทางการไต้หวันมีระบบการสื่อสารหลายรูปแบบเพื่อรองรับสถานการณ์สงคราม รวมถึงการสื่อสารผ่านดาวเทียม กรณีข้าศึกทำลายสายเคเบิลใต้น้ำ ท่ามกลางความตึงเครียดกับทางการจีน