ยุทธการเบิกฟ้าใส จีนตั้งเป้าขจัดฝุ่นพิษเด็ดขาด-ขีดเส้นเห็นผลก่อนสิ้นปี

ยุทธการเบิกฟ้าใส – วันที่ 25 ก.พ. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนตั้งเป้าลดมลภาวะทางอากาศรุนแรงลงให้ได้ภายในก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อนำท้องฟ้าสีครามกลับคืนมาให้ประชาชน

มาตรการดังกล่าวของจีนจะประกอบด้วยการยกระดับการพยากรณ์คุณภาพอากาศและระบบเตือนภัยฝุ่นพิษล่วงหน้า รวมถึงการยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อบริหารจัดการฝุ่นพิษโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ตลอดจนก๊าซทำลายชั้นโอโซน

นายหลี่ เทียนเหวิน ผู้อำนวยการสำนักงานสภาพแวดล้อมชั้นบรรยากาศ กระทรวงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศจีน กล่าวว่า การต่อสู้เพื่อผืนฟ้าสีครามยังคงดำเนินต่อไป

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แม้ความพยายามของทางการจีนที่ผ่านมาจะส่งผลให้มีพัฒนาการในทางบวกแต่มลภาวะทางอากาศก็ยังเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมใหญ่ของจีนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ WHO ชี้ว่า มลภาวะทางอากาศเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้คนในจีนปีละประมาณ 2 ล้านราย แบ่งเป็นมลภาวะอากาศนอกอาคารทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1 ล้านราย และที่เหลือเป็นมลภาวะทางอากาศในบ้าน เช่น การหุงต้ม ควันไอเสียทั้งจากเครื่องยนต์และเทคโนโลยี

โดย WHO ถือว่า ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่มากกว่าเท่ากับ 50 ไมโครกรัมต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร เป็นมลพิษทางอากาศขั้น “รุนแรง”

นายหลี่ กล่าวว่า คุณภาพอากาศเฉลี่ยของจีนดีขึ้นเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีค่าเฉลี่ย PM2.5 ในเมืองอยู่ที่ 29.3 มคก.ต่ออากาศหนึ่งลบ.ม. ถือว่ามีฝุ่นลดลงร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับปี 2566 ส่วนปริมาณวันที่มีดัชนีอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีนั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เทียบกับปี 2566

ผอ.สำนักงานสภาพแวดล้อมชั้นบรรยากาศ ระบุว่า จีนจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยปีนี้จีนจะเพิ่มสัดส่วนยานพาหนะและเครื่องจักรที่ใช้พลังงานใหม่ให้มากขึ้นอีกตามสนามบิน ท่าเรือ และสำนักงานขนส่งต่างๆ

นอกจากนี้ ทางการจีนจะส่งเสริมให้การขนส่งสินค้าหันมาใช้การขนส่งทางรางและทางน้ำมากขึ้น เพื่อลดการขนส่งทางบกลง

ตามดำริของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำค้ำฟ้าของจีน ที่เคยยืนยันว่า จีนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะการอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชาติสังคมนิยมสมัยใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน