อิหร่านรับมือทรัมป์ ขีดเส้นตายถกปมนิวเคลียร์ก่อนถูกยกระดับคว่ำบาตร
อิหร่านรับมือทรัมป์ – วันที่ 20 มี.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาถึง “โอกาส” และคำข่มขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้อิหร่านหวนกลับสู่เวทีเจรจาเพื่อยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะต้องถูกลงโทษรุนแรงยิ่งขึ้น
ท่าทีล่าสุดเกิดขึ้นหลังผู้นำสหรัฐส่งจดหมายถึงทางการอิหร่านโดยเนื้อหาเต็มไปด้วยถ้อยคำข่มขู่ทำให้นายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ปฏิเสธที่จะพิจารณาข้อเรียกร้องของสหรัฐ โดยระบุว่า เต็มไปด้วยความหลอกลวงเพื่อคว่ำบาตรและกดดันอิหร่านให้มากขึ้น
ทว่า นายอับบาส อะรัคจี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า จดหมายของทรัมป์นั้นส่วนใหญ่เป็นการข่มขู่แต่ก็มี “โอกาส” รวมอยู่ด้วย อิหร่านจะพิจารณาทุกประเด็นในจดหมายทั้งการข่มขู่และโอกาสที่มีมา ก่อนจะมีท่าทีใดๆ ตอบกลับสหรัฐ
ข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักข่าวอักซียอสก่อนหน้านี้ ระบุถึงจดหมายของทรัมป์ที่ส่งไปยังอิหร่าน ว่าขีดเส้นตายให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อเรียกร้องภายใน 2 เดือน มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าเดิม
รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงที่สหรัฐทำไว้ร่วมกันกับอิหร่าน ที่จำกัดเพดานการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมไม่ให้ถึงระดับที่สามารถนำไปใช้เป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้เมื่อสมัยดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐในสมัยแรก และหันกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ภายใต้นโยบายที่ทางการสหรัฐเคยเรียกไว้ว่า มาตรการกดดันขั้นสุด
มาตรการกดดันขั้นสุดของประธานาธิบดีทรัมป์ในปี 2561 ส่งผลให้อิหร่านหันกลับมาพัฒนาเทคโนโลยีการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมอีกครั้ง จนกระทั่งมากกว่าเพดานของข้อตกลงที่สหรัฐถอนตัวออกไป
ทั้งนี้ สหรัฐและชาติตะวันตกกล่าวหาอิหร่านที่เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมจนมีความบริสุทธิ์ถึงร้อยละ 60 ว่าพยายามพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ เพราะความบริสุทธิ์ดังกล่าวนั้นมากเกินกว่าประโยชน์ในสอยทางพลเรือน เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่อิหร่านยืนยันว่า มีเจตนานำไปใช้ในเชิงเพื่อ “สันติภาพ” เท่านั้น