วิ่งเพื่อลูก! พ่อแบกกระเป๋าหนัก 20 กก. มาวิ่งมาราธอน เผยเหตุผลซึ้ง เป็นน้ำหนักของลูกชายตัวน้อยที่ล่วงลับจากโรคร้าย และเป็นมวลของความเศร้า
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้คนที่เข้าร่วมการวิ่งมาราธอนในลอนดอนนต่างประทับใจและซาบซึ้ง เมื่อสังเกตเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อที่มีข้อความว่า “ผมแบกกระเป๋าหนัก 20 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของลูกชายผมที่จากไปตอน 6 ขวบ มันเป็นน้ำหนักของความเศร้าและโรคมะเร็ง”
คุณพ่อผู้ทุ่มเทมีชื่อว่า “เซรี เมไน-เดวิส” เขาอธิบายว่า “ฮิวจ์” ลูกชายสุดที่รักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในเดือนตุลาคม 2020 หลังจากลูกต้องผ่านความทุกข์ทรมานจากเคมีบำบัดนานหกเดือน เขารู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ตัวเองแข็งแรงแรงและเป็นกำลังใจให้ลูก เขาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมลอนดอนมาราธอน
ฮิวจ์ ผ่านการรักษาครั้งแรกไปด้วยดี เด็กชายยอมรับการรักษาทุกอย่างโดยไม่อิดออด ส่วนเขาก็เริ่มฝึกซ้อมสำหรับการวิ่งมาราธอนอย่างจริงจัง ครั้งหนึ่ง เขาได้พาลูกชายมาชมการฝึกซ้อมด้วย ซึ่งเขาจำได้ขึ้นใจว่า ลูกชายได้ตะโกนว่า ‘สู้ๆ นะพ่อ สู้ ๆ นะพ่อ’ เพื่อให้กำลังใจเขา
น่าเศร้าเพียงไม่กี่วันหลังวันเกิดครบรอบ 6 ขวบของฮิวจ์ เด็กชายก็เริ่มมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว และจากไปอย่างสงบในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ในช่วงสุดท้าย ลูกชายได้บอกเขาว่า ‘ไปทำมันครับพ่อ ไปวิ่งลอนดอนมาราธอนให้ได้นะ’
ร่างของฮิวจ์ถูกฝังพร้อมกับเหรียญที่เขาได้จากลอนดอนมาราธอน หลังจากนั้นเขาและภรรยาเริ่มก่อตั้งองค์กรการกุศล “It’s Never You” โดยหวังว่าพวกเขาจะทำให้ลูกชายภูมิใจ ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือครอบครัวของเด็ก ๆ ที่กำลังต่อสู้กับมะเร็ง
“ผมและภรรยาได้เริ่มองค์กรการกุศลนี้ เพราะเรารู้สึกโดดเดี่ยวอย่างมากในฐานะพ่อแม่ที่มีลูกเป็นมะเร็ง ทุกคนมักจะให้ความสนใจกับตัวเด็กเป็นหลัก ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว แต่แทบไม่มีใครหันมาถามว่า ”แล้วพ่อแม่ล่ะ โอเคไหมในฐานะพ่อแม่ที่ต้องเห็นลูกป่วยและจากไป?’
สำหรับปี 2025 นี้ ถือเป็นการวิ่งมาราธอนลอนดอนครั้งที่ 4 ของเขา ซึ่งก่อนจะถึงวันงาน เขาได้โพสต์บนสื่อออนไลน์เชิญชวนให้พ่อแม่ที่มีลูกป่วยเป็นมะเร็งหรือสูญเสียลูกจากโรคร้ายนี้ ส่งชื่อของเด็ก ๆ มาให้เขา เพื่อนำไปสกรีนบนกระเป๋าเป้ จนในวันแข่งขัน กระเป๋าใบนั้นได้บรรจุความหวังและความทรงจำของเด็กน้อยกว่า 450 ชีวิต ซึ่งเขาจะพาเด็ก ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกัน
“ทุกคนคาดหวังให้เราเข้มแข็ง ทั้งที่จริงเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิต เราจึงเริ่มก่อตั้งองค์กรเพื่อดูแลผู้ปกครองที่มีลูกเป็นมะเร็ง เรากำลังทำอะไรหลายอย่างเพื่อมุ่งมั่นผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย พยายามให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ครอบครัวที่ประสบชะตากรรมเช่นนี้
ตอนฮิวจ์เข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย น้ำหนักของเขาคือ 20 กิโลกรัม และผมคิดว่าระหว่างกระบวนการนี้มันมีอะไรมากมายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ที่ลูกที่ต้องผ่านการรักษา แต่ชีวิตของพ่อแม่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังให้เกิดขึ้นเลย เราหวังที่จะไปดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน าไปดูฟุตบอลทีมโปรด หรือเลี้ยงฉลองวันเกิดอย่างมีความสุข ไม่ได้หวังว่าจะต้องมานั่งให้กำลังใจลูกรับเคมีบำบัด
และอีกอย่าง แม้ผมสูญเสียฮิวจ์ไปก็จริง ผมก็ยังมีลูกชายอีกสองคน แต่น้ำหนักหรือมวลของความเศร้าที่กดทับอยู่บนบ่าไม่เคยลดหรือจางหายไปไหน ในตอนที่ผมเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เดวิด เพื่อนที่เดินอยู่ข้าง ๆ กัน ก็โอบกอดกันก่อนถึงเส้นชัย”
ขอบคุณที่มา ladbible

