สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลอินเดียออกโรงเรียกร้องบริษัทซัทเทบีส์ในฮ่องกงให้ยกเลิกการประมูลอัญมณีซึ่งเชื่อมโยงกับพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า โดยระบุว่าการประมูลที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ เป็นการละเมิดกฎหมายทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมขู่ว่าหากไม่ปฏิบัติตาม อาจดำเนินการทางกฎหมายและเปิดแคมเปญสาธารณะต่อต้าน
อัญมณีดังกล่าวถูกค้นพบพร้อมพระบรมสารีริกธาตุที่สถูปในเมืองปิปราวา ทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของลุมพินี ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เมื่อกว่า 100 ปีก่อน โดยผู้ค้นพบคือ วิลเลียม แคล็กซ์ตัน เปปเป ผู้จัดการไร่ชาวอังกฤษ ซึ่งต่อมาได้นำส่งโบราณวัตถุให้กับรัฐบาลอาณานิคมอินเดียในขณะนั้น
กระทรวงวัฒนธรรมอินเดียเผยว่า อัญมณีกว่า 1,800 ชิ้นที่ค้นพบ รวมถึงทับทิม บุษราคัม ไพลิน และทองแกะสลัก ถือเป็น “มรดกศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม” ที่ไม่ควรถูกซื้อขาย และตั้งข้อสงสัยว่าทายาทของเปปเปไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองหรือจำหน่าย
อินเดียย้ำว่า อัญมณีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของจำลอง แต่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยฝังร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ และควรได้รับความเคารพ ไม่ใช่ถูกมองเป็นเพียงของสะสมหรือวัตถุแสดง
ซัทเทบีส์ได้ตอบกลับจดหมายจากทางการอินเดีย โดยระบุว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ขณะที่ คริส เปปเป ทายาทผู้ครอบครองอัญมณี อ้างว่าที่ครอบครัวเหลือไว้เป็นเพียงส่วนน้อย และเคยพยายามบริจาคให้หน่วยงานต่าง ๆ แล้วแต่ไม่สำเร็จ การประมูลจึงเป็นทางออกที่โปร่งใสที่สุด
ทั้งนี้ อัญมณีเหล่านี้เคยถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการระดับโลกหลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน นิวยอร์ก ในปี 2566 โดยครอบครัวเปปเปยังได้เปิดเว็บไซต์นำเสนอข้อมูลและงานวิจัยเกี่ยวกับสิ่งของเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียมองว่าการกระทำนี้คือการแสวงหาผลประโยชน์จากมรดกยุคล่าอาณานิคม และย้ำเรียกร้องให้คืนวัตถุทั้งหมด พร้อมขอโทษอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน
สำหรับ พระบรมสารีริกธาตุที่ถูกค้นพบ รัฐบาลอินเดีย ยังได้นำส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) แห่งสยาม ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเหล่านี้มาประดิษฐาน ณ ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งกลายเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในพุทธศาสนาของไทย และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธจากทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน




