เปิดภาพสุดอัศจรรย์! หอยทากนิวซีแลนด์สุดหายาก ‘วางไข่ออกจากคอ’ ให้เห็นเป็นครั้งแรก สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของเหล่าสัตว์โลก
7 พ.ค. 2568 สื่อต่างประเทศเผย พฤติกรรมการสืบพันธุ์อันแปลกประหลาดของหอยทากกินเนื้อขนาดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเคยเป็นความลึกลับมาอย่างเนิ่นนาน ทว่า ณ ขณะนี้ ได้รับการเปิดเผยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากหน่วยงานอนุรักษ์ของประเทศสามารถบันทึกภาพขณะหอยทากทำการ “วางไข่ออกมาจากลำคอ” ได้เป็นครั้งแรกอย่างน่าอัศจรรย์
‘วัตถุคล้ายไข่ไก่ขนาดจิ๋ว’ ถูกบันทึกภาพไว้ได้ ขณะโผล่ออกมาจากบริเวณใต้ศีรษะของหอยทาก สายพันธุ์ พาวเวลลิแฟนต้า ออกัสต้า (Powelliphanta augusta) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และสามารถพบเห็นได้เฉพาะในประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น
ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว โดยปกติแล้วหอยทากจะวางไข่ผ่านรูเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านข้างของตัว ใกล้ ๆ กับหัว ไม่ใช่จากบริเวณ “คอ” โดยตรง ดังนั้นการที่หอยทากสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ดังกล่าว วางไข่จากบริเวณใต้หัว จึงถือว่าเป็นพฤติกรรมที่หายาก และน่าทึ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์ เพราะไม่เคยมีใครเห็นพฤติกรรมนี้ชัด ๆ มาก่อน
ภาพเหตุการณ์การค้นพบดังกล่าว จับภาพได้ที่สถานที่เพาะเลี้ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ได้ดูแลประชากรของหอยทากชนิดนี้ในตู้ควบคุมอุณหภูมิที่มีการปรับให้ใกล้เคียงกับสภาพอากาศหนาวเย็นแบบบนภูเขา ถิ่นอาศัยดั้งเดิมของหอยทากชนิดนี้
โดยหอยทากชนิดนี้เป็นสัตว์กินเนื้อ โดยกินไส้เดือนเป็นอาหารหลัก พวกมันถือว่าเป็นหนึ่งในหอยทากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีเปลือกขนาดใหญ่สุดโดดเด่น พร้อมลวดลาย และสีสันหลากหลายที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

ภาพประกอบจาก The Guardian
ลิซา ฟลานาแกน (Lisa Flanagan) จากกรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งทำงาน และศึกษาหอยทากสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นเวลามากกว่า 12 ปี เผยว่า “สัตว์ชนิดนี้ยังคงสร้างความประหลาดใจได้อยู่เสมอ”
“มันน่าทึ่งมาก ที่แม้เราจะดูแลหอยทากเหล่านี้มาเป็นเวลานาน นี่กลับเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกมันวางไข่”
เช่นเดียวกับหอยทากชนิดอื่น ๆ หอยทากยักษ์ออกัสต้า เป็นสัตว์ซึ่งมีทั้งอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ และเพศเมียในตัวเดียวกัน และสามารถผสมพันธุ์ได้แม้จะถูกหุ้มไว้ด้วยเปลือกแข็ง โดยพวกมันใช้อวัยวะสืบพันธุ์ที่อยู่ด้านขวาของใต้ศีรษะ เพื่อแลกเปลี่ยนสเปิร์มกับหอยทากอีกตัว โดยจะเก็บไว้ภายในร่างกายจนกว่าจะสร้างไข่ขึ้นมา
หอยทากแต่ละตัวต้องใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าจะโตเต็มวัย โดยหลังจากนั้นจะวางไข่ได้ประมาณปีละ 5 ฟอง โดยไข่แต่ละฟองอาจใช้เวลาฟักนานกว่าหนึ่งปี
โดยส่วนใหญ่ หอยทากสายพันธุ์นี้ จะกระจายตัวอยู่ในป่า และตามทุ่งหญ้าขรุขระที่ห่างไกล ซึ่งถิ่นที่อยู่อาศัยเหล่านี้กำลังถูกคุกคามจากกิจกรรมของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 หน่วยงานอนุรักษ์รายงานว่า “มีหอยทาก พาวเวลลิแฟนต้า ออกัสต้า ที่ยังมีชีวิตอยู่ในสถานที่เลี้ยงเกือบ 1,900 ตัว และมีไข่อีกเกือบ 2,200 ฟอง”
ซึ่งพฤติกรรมสุดแปลกประหลาดในครั้งนี้ ด้านนักวิทยาศาตร์ และหน่วยงานอนุรักษ์ก็ยังไม่สามารถ ระบุ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ นับเป็นการค้นพบครั้งใหม่แห่งวงการของเหล่าสัตว์โลกเลยทีเดียว