ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเผย 4 สัญญาณเตือน ไม่ควรใช้พัดลมมือถือต่อ หลังเกิดเหตุพัดลมระเบิด ไหม้อาคาร ทำบาดเจ็บ 6 ราย

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตชินากาวะ กรุงโตเกียว เพลิงไหม้รุนแรงและลุกลามนานกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานในการควบคุมเพลิงได้สำเร็จ สุดท้าย เจ้าของห้องพักชายวัย 30 กว่าปีที่อยู่ชั้น 9 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นักดับเพลิงและเพื่อนบ้านอีก 5 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและถูกนำส่งโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ต้นเพลิงอยู่ในห้องนอนของเจ้าของห้องพัก และสงสัยว่าเกิดจากการระเบิดของพัดลมมือถือที่กำลังชาร์จอยู่ โดยพบซากชิ้นส่วนในที่เกิดเหตุ

นายมิยากาวะ นานาเอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากสถาบันเทคโนโลยีและประเมินผลแห่งชาติญี่ปุ่น (NITE) เตือนว่า แบตเตอรี่ลิเธียมที่ติดตั้งในพัดลมมือถือมีความบอบบางอย่างยิ่ง “เมื่อตกลงสู่พื้น แรงกระแทกอาจทำให้โครงสร้างภายในแบตเตอรี่เสียหาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้และการระเบิดอย่างมาก”

มีการทดลองหนึ่งแสดงให้เห็นว่า ขณะที่แขวนพัดลมไว้ที่คอ พัดลมเกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าอกอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าหวาดเสียว อีกทั้งนายมิยากาวะ นานาเอะ ยังได้เน้นย้ำเป็นพิเศษว่า ก่อนที่แบตเตอรี่ลิเธียมจะระเบิด มักจะมี 4 สัญญาณเตือนสำคัญ ได้แก่

  • ไม่สามารถชาร์จไฟได้ตามปกติ
  • อุณหภูมิสูงผิดปกติขณะชาร์จ
  • เปลือกนอกหรือแบตเตอรี่บวมพองผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด
  • อุปกรณ์ตัดไฟเองโดยไม่มีสาเหตุ

พร้อมระบุย้ำว่า “ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แบบชาร์จไฟได้หลายชนิดใช้แบตเตอรี่ลิเธียม เพียงแค่หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรงและอุณหภูมิสูง ก็จะสามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก” ดังนั้น หากพบ 4 สัญญาณเตือนสำคัญ ยิ่งแนะนำให้หยุดใช้และเปลี่ยนใหม่โดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน