เตือนภัย! โรค “ชิคุนกุนยา” ระบาดหนักในจีน พบผู้ป่วยแล้วกว่า 7,000 รายในมณฑลกวางตุ้ง ยุงลายพาหะสำคัญ กระตุ้นเฝ้าระวังอาการไข้ ผื่น และปวดข้อรุนแรง

สื่อต่างประเทศระบุว่า จีนกำลังเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่ของโรค “ชิคุนกุนยา” โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะแล้วมากกว่า 7,000 รายในมณฑลกวางตุ้ง โดยการระบาดครั้งนี้ทำให้ทางการต้องดำเนินมาตรการควบคุมที่เข้มงวดในระดับใกล้เคียงกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

หนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเมืองฝอซาน โดยทางการได้สั่งให้ผู้ป่วยชิคุนกุนยาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลจนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 ทางการได้ออกประกาศสาธารณะให้ร้านขายยาทั่วไปเริ่มระบบลงทะเบียนชื่อจริงของผู้ซื้อ และต้องเก็บบันทึกข้อมูลการจำหน่ายยาที่ใช้รักษาอาการของ “โรคชิคุนกุนยา” เช่น ไข้, ผื่น, และอาการปวดตามข้อ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เดินทางมาจากเมืองที่มีการระบาดของโรคในมณฑลกวางตุ้งก็ได้รับคำแนะนำให้เฝ้าระวังอาการด้วยตนเอง ตามรายงานของ South China Morning Post

นอกจากนี้ โรงแรม และร้านอาหารบางแห่งที่ไม่สามารถกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้อย่างทันท่วงทีก็ถูกสั่งลงโทษแล้ว โดยขณะนี้มีเมืองอื่น ๆ อย่างน้อย 12 เมือง นอกเหนือจากฝอซาน ที่รายงานพบผู้ติดเชื้อ และในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียวก็มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 3,000 ราย

ภาพประกอบจาก SCMP

ขณะเดียวกัน ฮ่องกงได้รายงานพบผู้ป่วยไข้ชิคุนกุนยาแบบนำเข้ารายแรกในรอบ 6 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการแพร่เชื้อภายในประเทศ ทางการจึงได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกัน และควบคุมโรค เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ของการระบาด

ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดพบว่า พื้นที่กว่า 70% ของเมืองที่มีการตรวจสอบพบว่า “มีการเพาะพันธุ์ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคชิคุนกุนยาในระดับค่อนข้างแพร่หลาย”

ชิคุนกุนยา (Chikungunya) คืออะไร?

สำหรับโรคชิคุนกุนยาเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อสู่มนุษย์ผ่านการถูกยุงที่มีเชื้อกัด โดยเฉพาะยุงลายสายพันธุ์ “ยุงลายบ้าน” (Aedes aegypti) และ “ยุงลายสวน หรือ ยุงลายเสือ” (Aedes albopictus) ซึ่งมักพบมากในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการเพาะพันธุ์ของยุง

แม้ว่าโรคนี้จะไม่พบได้บ่อยในประเทศจีน แต่มีการระบาดอยู่เป็นประจำในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกา

อาการของโรคชิคุนกุนยา

หนึ่งในอาการเด่นชัดที่สุดของโรคชิคุนกุนยาคือ อาการปวดข้ออย่างรุนแรง และตึงแข็ง โดยมักเกิดที่บริเวณมือ, ข้อมือ, ข้อเท้า, และหัวเข่า อาการปวดข้อในโรคนี้มีความรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสโดยทั่วไป และถือเป็นสัญญาณสำคัญในการแยกแยะจากโรคอื่น

ภาพประกอบ

นอกจากอาการปวดข้อแล้ว ผู้ป่วยมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดกล้ามเนื้อ, อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย, มีผื่นแดงเป็นจุด หรือแผ่นบนลำตัว แขนขา หรือใบหน้า โดยทั่วไปผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการภายใน 3 – 7 วัน หลังจากถูกยุงที่มีเชื้อกัด

การรักษาโรคชิคุนกุนยา

ปัจจุบันยัง ไม่มีวิธีรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับโรคชิคุนกุนยา การรักษาจึงเน้นที่การบรรเทาอาการ และดูแลผู้ป่วยให้ฟื้นตัว

โดยแนวทางการรักษา ได้แก่ พักผ่อนให้เพียงพอ, ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ, ใช้ยาแก้ปวด และลดไข้ เช่น พาราเซตามอล

ภาพประกอบ

ขอบคุณที่มา: SCMP

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน