จีนกระอักสภาพอากาศสุดขั้ว ฤดูฝนยาวสุด-ซัมเมอร์ร้อนสุดรอบ64ปี

จีนกระอักสภาพอากาศสุดขั้ว – วันที่ 9 ก.ย. รอยเตอร์รายงานว่า ภาคเหนือของประเทศจีนเผชิญกับฤดูฝนที่ยาวที่สุดขณะที่ทั่วประเทศเผชิญกับฤดูร้อนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2504 เป็นสภาพอากาศสุดขั้วที่มีสาเหตุเชื่อมโยงกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือโลกร้อน

นายหวง โจว รองผู้อำนวยการสำนักอุตุนิยมวิทยาจีน กล่าวว่า “ฝนลูกพลัม” ซึ่งได้ชื่อมาจากการเริ่มต้นของหน้าฝนที่ตรงกับการออกผลของต้นพลัมริมแม่น้ำแยงซีเกียง เริ่มเร็วกว่าปกติเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

นายหวง ระบุอีกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากอุณหภูมิร้อนจัดที่ทั่วประเทศจีนต้องเผชิญ รวมจากวันที่ร้อนกว่าปกติได้ทั้งหมด 13.7 องศาเซลเซียส ขณะที่วันที่ร้อนกว่าปกตินั้นมีมากกว่าฤดูร้อนปกติถึง 5.7 วัน ตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา (เดือนมิ.ย. ถึงส.ค.)

ค่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 22.3 องศาลเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 1.1 องศาเซลเซียส เสมอกับสถิติเมื่อปี 2567 จึงถือว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดของจีนในรอบ 64 ปี

ฤดูร้อนปีนี้ จีนเผชิญกับทั้งระบบความกดอากาศสูงกึ่งโซนร้อนที่ทำให้สภาพอากาศร้อนและแห้ง กับมรสุมในเอเชียตะวันออก ซึ่งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

สภาพอากาศสุดขั้วดังกล่าวสร้างความท้าทายอย่างมากต่อผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากฝนที่ตกหนักเสี่ยงที่จะทำให้ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ล้าสมัยไม่สามารถรับมือได้และทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องอพยพ ขณะที่คลื่นความร้อนจัดสร้างความตึงเครียดให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นที่เพาะปลูก

นอกจากนี้ เขตหวยโหรวทางตอนเหนือและเขตใกล้เคียงของกรุงปักกิ่งมีปริมาณน้ำฝนเทียบเท่ากับปริมาณฝนทั้งปีในสัปดาห์เดียว ช่วงปลายเดือนส.ค. ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่ทำลายหมู่บ้านและคร่าชีวิตผู้คนไป 44 ราย นับเป็นเหตุน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555

แม้ว่าทางการจีนจะไม่ได้เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อน แต่รายงานปี 2566 ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet ประเมินว่า การเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในจีนในปี 2565 อยู่ที่ 50,900 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปี 2564

สำนักงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ระบุว่า อุณหภูมิทั่วโลกในเดือนส.ค. ของปีนี้ เป็นเดือนส.ค. ที่ร้อนเป็นอันดับสาม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2534 ถึง 2535 อยู่ที่ 0.49 องศาเซลเซียส ส่วนเดือนส.ค. ที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ทั่วโลกคือปี 2566 และ 2567

C3S ยังระบุในรายงานประจำเดือนว่า เมื่อเดือนที่แล้ว (ส.ค.) มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือส่วนใหญ่มีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน