เอาไม่อยู่ สตาร์บัคส์ ประกาศเลิกจ้างพนง. 900 คน ปิดหลายร้อยสาขา ในอเมริกาเหนือ หวังพลิกฟื้นธุรกิจ หลังยอดขายลดฮวบ
วันที่ 26 ก.ย. เดอะการ์เดียน รายงานว่า สตาร์บัคส์ประกาศเตรียมเลิกจ้างพนักงานราว 900 ตำแหน่ง และปิดร้านกาแฟประมาณ 100 สาขาในอเมริกาเหนือ ภายใต้แผนปรับโครงสร้างธุรกิจมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเครือร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ก่อนหน้านี้ในปีนี้ บริษัทได้ปลดพนักงานฝ่ายองค์กรไปแล้วกว่า 1,100 ตำแหน่ง และยังเตรียม “ยกเลิก” การเปิดรับสมัครในหลายตำแหน่งที่ยังว่างอยู่
โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างจะได้รับแจ้งภายในวันศุกร์ (26 ก.ย.) นี้ ซึ่งตำแหน่งที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เป็นพนักงานในสายงานนอกเหนือจากร้านสาขา ขณะที่ร้านกาแฟที่จะปิดคิดเป็นราว 1% ของสาขาทั้งหมดในอเมริกาเหนือ
การปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของสตาร์บัคส์ในการพลิกฟื้นธุรกิจ หลังยอดขายในสหรัฐอเมริกาลดลงติดต่อกัน 6 ไตรมาส เนื่องจากผู้บริโภคเผชิญภาวะเงินเฟ้อและคิดทบทวนก่อนจะซื้อกาแฟราคาแพง
ด้านซีอีโอ ไบรอัน นิคอล ระบุในจดหมายถึงพนักงานว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสิ่งที่ยังทำงานได้ดี และจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรให้เหมาะสม

ภาพประกอบ
พร้อมย้ำว่า “ผมเชื่อว่านี่คือก้าวจำเป็นเพื่อสร้างสตาร์บัคส์ที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่พนักงาน คู่ค้า และองค์กรของเรา”
อย่างไรก็ดี สหภาพแรงงาน Starbucks Workers United ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานในหลายร้อยสาขา ออกแถลงการณ์ว่า มาตรการดังกล่าว “สะท้อนชัดว่าสถานการณ์ของบริษัทกำลังถดถอยลง” พร้อมย้ำว่า “การแก้ไขปัญหาของสตาร์บัคส์จะไม่สำเร็จ หากไม่ยึดพนักงานซึ่งเป็นผู้ให้บริการลูกค้าโดยตรงเป็นศูนย์กลาง”
ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ระบุว่าราว 90% ของต้นทุนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) มาจากธุรกิจในอเมริกาเหนือ โดยแบ่งเป็น 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 5 พันล้านบาท สำหรับค่าชดเชยพนักงาน และ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2.7 หมื่นล้านบาท สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดร้าน
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะปรับโฉมร้านมากกว่า 1,000 สาขา ภายใน 12 เดือนข้างหน้า เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีมิติมากขึ้น