คลิกอ่าน E-Book https://ebook.matichon.co.th/books/jukr/
หรือดาวน์โหลดได้ที่นี่ https://matichon-storage.obs.ap-southeast-2.myhuaweicloud.com/national_china_day_2025.pdf
“ชาติจีนไม่เคยหวั่นเกรงผู้ชุ่มขู่ใดๆ และจะก้าวไปข้างหน้าเสมอ”
“มนุษยชาติต้องเผชิญกับทางเลือกอีกครั้งระหว่างสันติภาพหรือสงคราม การเจรจาหรือการเผชิญหน้า และผลลัพธ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันหรือเกมที่มีแต่ผู้แพ้เท่านั้น ประชาชนจีนยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่กับฝ่ายที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์”
คือสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ จัตรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ในวาระการครบรอบ 80 ปี แห่งชัยชนะของสงครามที่ประชาชนชาวจีนได้ต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและลัทธิฟาสซิสต์โลก
08.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเผิง ลี่หยวน ภริยา ต้อนรับผู้นำกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประธานานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย, คิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ และผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ ได้แก่ ลาว เวียดนาม เมียนมา และอินโดนีเซีย ตลอดจนพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา
การสวนสนามเนื่องในโอกาสครบ 80 ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ของจีนที่กรุงปักกิ่งในปีนี้ ถูกจับตามองอย่างมากจากทั่วโลก ไม่ใช่เพียงเพราะมีผู้นำประเทศถึง 26 ประเทศที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว แต่เพราะกลายเป็นการรวมตัวกันของผู้นำที่ถูกขนานนามจากตะวันตกว่า ‘Axis of Upheaval’ ที่หากแปลตรงๆ คือ ‘แกนแห่งความปั่นป้วน’ ทว่า ความหมายที่แท้จริงคือการรวมตัวของกลุ่มประเทศที่กำลังท้าทายระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นผู้ก่อร่างสร้างขึ้นหลังสงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีบรรดาชาติตะวันตกเป็นผู้ชี้นำหลัก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถูกรายล้อมไปด้วยผู้นำโลกหลายประเทศ แต่ที่โดดเด่นที่สุดและยืนเคียงข้างประกบซ้ายขวาคือ ประธานาธิบดีวลาติมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ทั้งยังมีประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน ของอิหร่าน ที่ต่างก็ถูกชาติตะวันตกระบุว่าเป็น Axis of Upheaval ด้วยกันทั้งสิ้น
นับเป็นการเฉลิมฉลองยืนหยัดอย่างภาคภูมิใน 8 ทศวรรษแห่งประวัติศาสตร์ที่เข็มนาฬิกาไม่เคยเดินถอยหลัง หากแต่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง