งานเข้า! ชายอเมริกันในรัฐเคนทักกี ถูกตั้งข้อหาหนัก หลังโชว์ตกแต่งบ้านในธีม ‘ฮาโลวีน’ สุดสะพรึง วางศพปลอม 5 ร่างห่อด้วยถุงดำ หวังพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สเตฟาน มาร์คัม ชายอเมริกันวัย 58 ปี จากรัฐเคนทักกี ถูกตั้งข้อหา “ข่มขู่ก่อการร้าย” หลังจากจัดแสดงตกแต่งธีม ‘ฮาโลวีน’ อย่างน่าตกตะลึงที่หน้าบ้านของตน

โดยเขาได้วาง “ศพปลอม” จำนวน 5 ร่าง ซึ่งห่อด้วยถุงขยะสีดำไว้บริเวณสนามหน้าบ้าน พร้อมติดป้ายชื่อที่สื่อถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมือง รวมถึงนายกเทศมนตรี, ผู้พิพากษาเขต, อัยการประจำเขต และผู้จัดการฝ่ายผังเมืองของเมืองสแตนตัน เขตพาวเวลล์ ในรัฐเคนทักกี

สเตฟาน มาร์คัม “ถูกจับกุม” ในวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเขา “ปฏิเสธ” ที่จะรื้อถอนการจัดแสดงดังกล่าว และไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามเข้าเจรจา

ขณะนี้เขากำลังเผชิญกับข้อหาร้ายแรงจากการกระทำที่ถูกมองว่า “เป็นการข่มขู่และคุกคามเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

Powell County Detention Center

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุในรายงานการจับกุมว่า “ศพจำลองที่ถูกนำมาตั้งไว้ มีป้ายระบุว่าเป็น ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ จากหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมเชือกที่พันรอบร่างเหล่านั้น”

ตามข้อมูลจากสื่อในท้องถิ่น สเตฟาน มาร์คัม ได้โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจลงในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานมานี้ โดยพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หลังจากที่เขาทราบจากศาลว่า “ตนได้ละเมิดข้อบัญญัติของเมืองหลายข้อ ซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเอง”

การแสดงออกดังกล่าวของเขาถูกมองว่า “เป็นการแสดงเจตนาคุกคามต่อเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง และนำไปสู่การจับกุมพร้อมตั้งข้อหาข่มขู่ในที่สุด”

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเห็นได้ในทุกวัน” ผู้พิพากษาประจำเขตพาวเวลล์ เอ็ดดี้ บาร์นส์ กล่าวกับทางสถานีข่าว

ทั้งนี้ ผู้พิพากษารายนี้ไม่ได้เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ถูกพาดพิงชื่ออยู่บน “ศพปลอม” ที่จัดแสดงอยู่หน้าบ้านของสเตฟาน มาร์คัมแต่อย่างใด

ในคดีลักษณะนี้ “เจตนา” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่ง การพิสูจน์ว่า สเตฟาน มาร์คัม มีเจตนาที่จะข่มขู่หรือคุกคามจึงเป็นกุญแจสำคัญของการดำเนินคดี

ด้านแนวทางการต่อสู้ทางกฎหมาย อาจมีการตั้งคำถามถึง “เจตนาที่แท้จริง” เบื้องหลังการจัดแสดงดังกล่าว หรือโต้แย้งว่าไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์สตีเฟน วอสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคนทักกี ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าวท้องถิ่นว่า “ถ้าคุณข่มขู่ใครบางคนอย่างชัดเจนและมีลักษณะน่าหวาดกลัว นั่นอาจไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้สิทธิในการแสดงออกตามปกติ”

พร้อมเสริมว่า ปัจจุบันสังคมมี “ความอดทนต่อการสื่อสารหรือภาพรุนแรงที่น้อยลง” เนื่องจากมีความกังวลมากขึ้นว่า “คนบางส่วนอาจลงมือกระทำจริงตามสิ่งที่แสดงออกมา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน