หญิงมะกัน วัย 45 เผยสัญญาณเตือนที่มองข้าม ก่อนตรวจเจอมะเร็งระยะ 4 ร่างกายกระซิบมานาน ย้ำฟังเสียงร่างกาย ก่อนที่จะสาย
กลายเป็นคลิปวิดีโอที่กำลังเป็นที่สนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อหญิงชาวเท็กซัสออกมาเล่าประสบการณ์ชีวิต หลังถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโฟลิคคิวลาร์ ระยะที่ 4 เผยตัวเองมองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย ทั้งที่ร่างกายกระซิบมานาน ก่อนจะปะทุออกมา
โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านติ๊กต็อก เผยให้เห็น เจสสิกา แฟริงตัน วัย 45 ปี ได้ออกมาเตือนใจทุกคนอย่ามองข้ามสัญญาณภายในร่างกาย อาจบ่งบอกเป็นมะเร็งได้ โดยเธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโฟลิคคิวลาร์ ระยะที่ 4
เธอเล่าว่าในตอนแรกมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย เหงื่อออกตอนกลางคืน คันผิวหนัง และต่อมน้ำเหลืองบวม ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเพียงผลจากความเครียด ฮอร์โมน จากการเป็นแม่คนหนึ่ง จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“ฉันบอกตัวเองตลอดว่ามันแค่ความเครียด แค่พักผ่อนไม่พอ หรือเรื่องปกติของชีวิต แต่ที่จริงแล้ว ร่างกายพยายามจะบอกฉันบางอย่าง” เธอกล่าว

ภาพประกอบ
จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2025 แฟริงตันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดไม่ฮอดจ์กิน ซึ่งเป็นมะเร็งที่เติบโตช้าแต่สามารถลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูก และอวัยวะอื่นๆ ได้ โดยอาการทั่วไป ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกกลางคืน เหนื่อยล้า น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และต่อมน้ำเหลืองโตโดยไม่เจ็บ
เธอย้อนเล่าช่วงเวลาก่อนพบโรคว่า สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจไปพบแพทย์คือ พบก้อนแข็งขนาดเท่าเมล็ดถั่วในรักแร้ ซึ่งภายหลังเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นกลุ่ม แพทย์จึงสั่งตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ ก่อนจะส่งต่อให้ทำการตัดชิ้นเนื้อ ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยโรคในที่สุด
โดยแฟริงตันได้แนะนำให้ทุกคนหมั่นตรวจสุขภาพและฟังเสียงจากร่างกายของตนเอง “ร่างกายของคุณพยายามจะบอกบางอย่างอยู่เสมอ อย่ามองข้ามมัน ถ้ามีสิ่งใดที่รู้สึกผิดปกติ จงไปพบแพทย์ อย่ารอจนทุกอย่างมันปะทุออกมาแบบเธอ”
เธอทิ้งท้ายว่า การแชร์เรื่องราวของเธอไม่ใช่เพื่อทำให้ใครกลัว แต่เพื่อเตือนให้ทุกคนตระหนักว่า “การฟังเสียงจากร่างกาย อาจช่วยชีวิตคุณได้”