กระจายตัวเร็ว! แถบ ‘สาหร่าย’ สีน้ำตาลขนาดยักษ์กลางมหาสมุทรแอตแลนติก กว้างเกือบสองเท่าของทวีปอเมริกา-นักวิทย์ฯชี้อาจกระทบระบบนิเวศทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์พบการเบ่งบานครั้งใหญ่ของ “แถบสาหร่ายน้ำตาลขนาดมหึมากลางมหาสมุทรแอตแลนติก” เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2554 โดยในช่วงเกือบ 15 ปีที่ผ่านมา สาหร่ายน้ำตาลชนิดนี้ขยายตัวจนกลายเป็นมวลยักษ์ ยาวกว่า 8,850 กิโลเมตร และมีน้ำหนักรวมถึง 37.5 ล้านตัน

โดยสายพานสาหร่ายยักษ์นี้ทอดยาวจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกไปจนถึงอ่าวเม็กซิโก กลายเป็น “ริบบิ้นสีน้ำตาล” ที่ใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักวิทยาศาสตร์และประชาชนทั่วโลก

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ wikipedia

เดิมที “สาหร่ายซาร์กัสซัม” มีถิ่นอาศัยจำกัดในทะเลซาร์กัสโซเท่านั้น แต่ปัจจุบันมันได้กระจายตัวเข้าสู่มหาสมุทรเปิดอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากระดับไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากมลพิษทางการเกษตร น้ำเสีย และขยะที่ไหลลงสู่ทะเล

แม้ว่าการขยายตัวของ “เข็มขัดสาหร่าย” นี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศที่หลากหลายสำหรับสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น ปลา ปู กุ้ง ปลาไหล และเต่าทะเล แต่มันก็ส่งผลเสียรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนชายฝั่งหลายแห่ง

AP

สาหร่ายน้ำตาลขนาดมหึมายาวหลายพันกิโลเมตรนี้ “บดบังแสงแดด” ที่สำคัญต่อการสังเคราะห์แสงของแนวปะการัง ทำให้ระบบนิเวศใต้ทะเลได้รับผลกระทบอย่างหนัก นอกจากนี้ยังทำลายแหล่งกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ในมหาสมุทร ซึ่งเป็นตัวช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

ในขณะที่สาหร่ายย่อยสลาย จะปล่อยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ มีเทน และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง เมื่อลอยเข้าชายฝั่ง ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การประมง และแม้แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า “เข็มขัดสาหร่ายน้ำตาลแอตแลนติก” จะยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงในอนาคต

ภาพประกอบ MGDK//AI-generated image concept of the view

ขอบคุณที่มา: odditycentral

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน