แซม ริเวอร์ส มือเบสผู้ร่วมก่อตั้ง Limp Bizkit เสียชีวิตในวัย 48 ปี วงร่วมรำลึก “หัวใจของซาวด์ดนตรี” พร้อมสดุดีบทบาทอันทรงคุณค่า ทั้งบนเวทีและในชีวิตจริง

สื่อต่างประเทศรายงาน แซม ริเวอร์ส (Sam Rivers) มือเบสและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวงนูเมทัลชื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง Limp Bizkit ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 48 ปี โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

วง Limp Bizkit ได้ประกาศข่าวเศร้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย พร้อมแสดงความไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยกล่าวว่า ริเวอร์สไม่เพียงเป็นมือเบสของวงเท่านั้น แต่ยังเป็น “จิตวิญญาณในเสียงดนตรีของเรา” พร้อมระบุว่า “ตั้งแต่โน้ตแรกที่เราเล่นร่วมกัน แซมนำแสงสว่างและจังหวะที่ไม่มีใครแทนที่ได้มาสู่พวกเรา”

วงยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราแบ่งปันช่วงเวลามากมายด้วยกัน บางครั้งก็บ้าคลั่ง บางครั้งก็เงียบสงบ และบางครั้งก็สวยงาม และทุกช่วงเวลานั้นมีความหมายยิ่งขึ้นเพราะมีแซมอยู่”

ดีเจ ลีธอล (DJ Lethal) หรือชื่อจริง ลีออร์ ดิมานต์ (Leor Dimant) สมาชิกวงอีกคนหนึ่ง แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ว่า “พวกเรายังช็อกอยู่” พร้อมขอความกรุณาให้แฟน ๆ เคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของแซมในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

นอกจากพรสวรรค์ทางดนตรี ริเวอร์สยังเคยได้รับรางวัล Gibson Award สาขามือเบสยอดเยี่ยมในปี 2543 และอุทิศตนให้กับงานการกุศล ซึ่งทางวงได้กล่าวถึงด้วยความชื่นชม “คุณจะยังคงมีชีวิตอยู่ผ่านเสียงดนตรีของคุณ และชีวิตของผู้คนที่คุณช่วยไว้ด้วยดนตรี งานการกุศล และมิตรภาพของคุณ” ดีเจ ลีธอลกล่าว

reuters

สำหรับวง Limp Bizkit ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 โดยมีสมาชิกได้แก่ เฟร็ด เดิร์สต์ (Fred Durst), จอห์น อ็อตโต (John Otto), ดีเจ ลีธอล และ แซม ริเวอร์ส ด้วยสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานระหว่างฮิปฮอปและร็อก พร้อมเนื้อเพลงที่ดุดัน วงจึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดนตรีช่วงปลายยุค 90 และมีบทบาทสำคัญในการนำดนตรีแนวหนักเข้าสู่กระแสหลัก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ วงได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ Making Love to Morgan Wallen ในเดือนกันยายน และขึ้นแสดงที่ Reading Festival ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยอัลบั้มล่าสุดของวงคือ Still Suck ซึ่งออกมาเมื่อ 4 ปีก่อน

ทั้งนี้ ริเวอร์สเคยพักงานจากวงในปี 2558 เนื่องจากปัญหาโรคตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ และภายหลังได้รับการปลูกถ่ายตับอย่างประสบความสำเร็จ โดยเขาเคยเล่าไว้ว่า “ผมหยุดดื่ม และทำตามทุกอย่างที่หมอบอก”

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Limp Bizkit (@limpbizkit)

ขอบคุณที่มา: bbc

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน