กลโกงคลินิกเถื่อน! หมอแนะวิธีรับมือ เมื่อโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์-ไหมปลอมค้างคาบนใบหน้า

ผู้บริโภคความงามสะดุ้งเฮือก! เมื่อเจ้าหน้าที่บุกจับสองคลินิกเถื่อนย่านรัชดาลาดพร้าว หลายคนคางย้อย หลายคนจมูกอักเสบ และอีกหลายคนที่เคยไปใช้บริการแต่อวัยวะยังไม่เกิดอาการเน่า กังวลว่าเกิดอะไรขึ้นบนใบหน้า ..ณัฐชญา ไมตรีเวชหมอผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำการเตรียมรับมือโบท็อกซ์ฟิลเลอร์ปลอมที่ค้างคาบนหนังหน้า        

คลินิกเถื่อน หลังสงกรานต์หมาดๆ พนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองกำกับการ 4 เข้าตรวจสถานพยาบาลเสริมความงาม ลาเบลลาคลินิก หรือมันตาคลินิก เวชกรรมย่านลาดพร้าว

โดยระบุเบื้องต้นพบการกระทำความผิดในสถานพยาบาลแห่งนี้ ในข้อหา 1. ดำเนินการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต 2. จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน โดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต 4. จำหน่ายยา โดยไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา 5. จำหน่ายยาชุด โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากเพจ “มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน” โพสต์ลง ชาวโซเชียลให้ความสนใจทั้งแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่ออย่างกระจายว่อนเน็ต

เนื่องจากหลายคนเป็นลูกค้าคลินิกเถื่อนที่เป็นข่าวอยู่แล้ว บ้างรีบติดต่อขอรับเงินจองซื้อโปรโมชั่นล่วงหน้าคืน ด้วยติดกับดักกลยุทธ์ลดแลกแจกแถม แล้วโอนค่ามัดจำไปก่อน

“เราก็ยังไม่ได้เงินคืนเลยค่ะ แย่มากๆ”

“โดนเหมือนกันค่ะ เป็นเดือนยังไมได้เงินคืนเลย”

บ้างมาบอกว่าอวัยวะพังแล้วจ้า อย่าง จมูกเน่า คางย้อย

“…น้องสาวเพิ่งไปทำจมูกมาก่อนสงกรานต์ ตอนนี้อักเสบมาก”

“จมูกพังไป 2 รอบ …”

“เราทำคางที่นี่เหมือนกันค่ะ พัง 1 เดือนต้องถอดออก เพราะเหมือนคนสิวหัวช้างที่คาง…”

“ถอดออกแล้วค่ะตอนนี้ คางจะอักเสบ เป็นตั้งแต่ 1 เดือนแรก”

“ของเราก็ย้อย แต่ไปถอดละ”

“คางเราพังเพราะที่นี่”

บ้างก็มาแชร์ประสบการณ์ว่า ก่อนทำเห็นวัสดุแบบหนึ่ง แต่เวลาทำจริง หมอกลับใส่วัสดุคนละแบบ รวมทั้งอีกหลายคนผู้เป็นลูกค้าทำสวย ณ คลินิกเถื่อนนี้ กำลังกังวลว่าโบท็อกซ์/ไหม/ฟิลเลอร์/ซิลิโคนบนใบหน้าเธอ อันล้วนไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะออกอาการอักเสบแผลงฤทธิ์ไหม

ข่าวสด บิวตี้ พุ่งไปไถ่ถาม พ.ญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช หรือ หมอกุ๊กไก่ ผู้ก่อตั้ง Natchaya Clinic ซึ่งเจอเคสจากคลินิกเถื่อนมามากมาย

“เปิดคลินิกมาประมาณ 9 ปี เจอเคสที่มีปัญหาจากคลินิกเถื่อนเยอะ จมูกทะลุบ้าง นมเน่าบ้าง หรือเจอฉีดสารแปลกปลอมบ้าง ค่าใช้จ่ายในการแก้ค่อนข้างสูง และหมอก็ทำยาก”

ฉีดของปลอม ไม่สลาย เสี่ยงอักเสบ

ถ้าเป็นของปลอม คือ มันจะไม่สลาย หรือไม่ก็วันใดวันหนึ่งจะอักเสบขึ้นมา” หมอณัฐชญาบอกว่า เบื้องต้นต้องกินยาแก้อักเสบก่อน

หากเป็นโบท็อกซ์ฟิลเลอร์แท้ อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี ตามลำดับ จะค่อยๆ สลายไปเอง แต่หากเป็นสารปลอม นอกจากไม่สลายแล้ว ยังจับตัวเป็นก้อน มีการเคลื่อนเปลี่ยนตำแหน่ง เช่น คางย้อย ใบหน้าเบี้ยว หนังหน้าแข็ง จมูกเน่า

ฉีดของปลอมเข้าไปแล้ว ถ้ายังไม่อักเสบ ยังไม่ต้องกังวล ยังไม่เกิดปัญหา ยังสวยอยู่ ก็อย่าไปยุ่งกับมัน มีบางคนฉีดจมูกด้วยซิลิโคน อยู่จนแก่ตาย โดยไม่เกิดอะไรขึ้น แต่เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์น้อยมาก

หมอณัฐชญาอธิบายทางออกตามข้อเท็จจริง

แต่ถ้าอยู่ดีๆ เกิดอักเสบ ไม่สวย ย้อยแล้ว เปลี่ยนรูปแล้ว เราค่อยมาชั่งข้อดีข้อเสียกันว่า ระหว่างเข้าไปขูดออก กับปล่อยมันไว้ อันไหนที่เรารับได้มากกว่ากัน เพราะการที่ขูดออก มันไม่ใช่ว่าไม่มีข้อเสียเลย

เพราะการที่เราขูด บางทีเนื้อดีก็โดนไปด้วย เพราะฉะนั้นอาจบุ๋มได้ อาจผิดรูปได้ อาจไม่สวยได้ ก็ต้องมาชั่งว่าตอนนี้ย้อยจนน่าเกลียดมากๆ แล้ว ถ้าบุ๋มนิดนึง รับได้ หรือถ้าบุ๋มแล้ว ค่อยรักษาด้วยการเติมไขมันต่อ รับได้มั้ย ถ้าต้องรักษาไปเรื่อยๆ งบประมาณค่าใช้จ่ายด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ต้องคุยเป็นเคสๆ ไป

ไหมร้อยหน้าที่ฮิตไม่แพ้โบท็อกซ์ฟิลเลอร์ หมอณัฐชญาเผยว่า

ไหมที่ผ่านอย.ในเรื่องของการร้อยหน้า มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ เท่าที่ทราบน่าจะ 1-2 ยี่ห้อเองที่ใช้ในการร้อยหน้า แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอย.ในเรื่องของการใช้เย็บแผลผ่าตัด ซึ่งก็เอามาใช้ร้อยหน้ากัน เกาหลีก็ใช้ไหมนี้ร้อยหน้า ก็ผิดประเภท

และไหมปลอม ไหมแบบไม่ละลาย เต็มไปหมด และคุณภาพของไหมแต่ละชนิดอีก”

กลโกงคลินิกเถื่อน แพกเกจจริง ข้างในปลอม

จะดูว่าจริงหรือปลอม ดูที่ราคาได้ไหม

ยากค่ะ” หมอญัฐชญา ตอบทันที พร้อมเล่าให้ฟังว่า

บางคนเอาของปลอมมาขายแพง ก็มีนะคะ บางคนซื้อยาจากบริษัท แล้วเอายาจากบริษัทไปขายต่อ เพื่อเอากำไร แล้วก็เอาของปลอมมาฉีดลูกค้า

ผู้บริโภคต้องศึกษาเยอะๆ ค่ะ เพราะบอกยากว่าอันไหนของจริง อันไหนของปลอม บางคนซื้อแต่กล่องกับขวดของจริงมา แล้วใส่ของปลอมเข้าไป แพกเอง ซีลใหม่ เอาไปขายต่อ

เบื้องต้นเราจะไปตรวจขวดเลย เราคงตรวจไม่ได้หรอก

หมอจึงแนะนำว่า ผู้บริโภคต้องศึกษาหาข้อมูล รู้เท่าทันด้วยตัวเอง

เพราะฉะนั้นถามว่าผู้บริโภคจะเลือกอย่างไร ก็คงต้องเลือก หนึ่ง-สถานที่ ต้องเช็คก่อนว่าสถานที่ๆ เราไปมีเลขจดแจ้ง เลขอย. เลขคลินิกจริงไหม สอง-เช็คหมอที่เราทำ มีใบประกอบโรคศิลป์จริงไหม ใบประกอบวิชาชีพหมอ เช็คชื่อนามสกุลได้เลย ถ้าที่ไหนไม่ให้เช็ค ก็เอ๊ะ ทำไมไม่ให้เช็ค ก็ให้เอะใจไว้บ้าง

เท่าที่รู้จักนะคะ คนที่จบหมอ ส่วนใหญ่มีความเป็นหมอ น้อยมากๆ ที่หมอทำอะไรไม่ดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นหมอปลอมมากกว่า หมอจริงๆ ส่วนใหญ่ไม่อยากให้คนไข้มีปัญหาหรอก หมอที่แย่จริงๆ มีน้อยค่ะเท่าที่รู้จักนะ

เช็คสถานประกอบการแล้ว เช็คหมอแล้ว อย่างน้อยเป็นหมอจริงเป็นสถานประกอบการจริง คิดว่าเค้าน่าจะผ่านการตรวจสอบมาแล้วระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือต้องเช็คจากการพูดคุย เวลาคุย จะรู้ว่าใครจริงใจเห็นประโยชน์ของคนไข้ผู้บริโภค หรือใครพยายามขาย และดูเรื่องความสะอาดของคลินิกด้วย ดูเรื่องของระบบ ประกอบกัน ไม่ใช่ว่าอย่างเดียว

ที่สำคัญ หมอณัฐชญาย้ำเตือน

อย่าอยากทำจนลืมคิด ลืมพินิจพิจารณา

เพราะธุรกิจความงามทำรายได้ดีมาก คลินิกเถื่อนบุคลากรปลอมจึงเกิดขึ้นราวดอกเห็ด

มันเป็นอะไรที่ทำเงิน ก็ทำกันเยอะ” หมอณัฐชญาทิ้งท้าย

 

 

บทความก่อนหน้านี้NBA เผย 15 อันดับเสื้อนักบาสดัง ที่ทำยอดขายดีสุด ประจำฤดูกาล 2018-19
บทความถัดไปจะปล้นอำนาจอีกครั้ง? :คอลัมน์ ใบตองแห้ง