ปอท. รวบ 2พี่น้อง ร่วมเพื่อนสนิท ตั้งแก๊งรับจ้างตระเวนถอนเงินสดให้แก๊งมิจฉาชีพ หลอกลงทุนเทรดหุ้น ผ่านเพจปลอมร้านอาหารดัง หลังเตรียมบินเที่ยวต่างประเทศ
วันที่ 12 พ.ย.2568 พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. สั่งการ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท. นำกำลังจับกุม นายธนโชติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี พร้อมด้วย น.ส.สรัลชนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นพี่น้อง และ น.ส.สุพัตตรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ทุจริตหรือหลอกลวงโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และ สมคบฟอกเงิน” โดยจับกุม นายธนโชติ กับ น.ส.สรัลชนา ได้ที่อาคารพิทักษ์สินติ บช.ก. ส่วน น.ส.สุพัตตรา ถูกจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กทม.

ปอท. รวบ 2พี่น้อง ร่วมเพื่อนสนิท ตั้งแก๊งรับจ้างตระเวนถอนเงินสดให้แก๊งมิจฉาชีพ หลอกลงทุนเทรดหุ้น ผ่านเพจปลอมร้านอาหารดัง หลังเตรียมบินเที่ยวต่างประเทศ
สืบเนื่องจากก่อนหน้าได้มีกลุ่มมิจฉาชีพ สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม โดยแอบอ้างว่าเป็นเพจของร้านอาหารดัง “OHKAJU” (โอ้กะจู๋) ก่อนชักชวนผู้คนให้มาร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านเพจดังกล่าว อ้างมีผลตอบแทนสูง จนมีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากช่วงแรก ๆ ผู้เสียหายเห็นว่าได้รับเงินจริง จึงเพิ่มเงินลงทุนขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งเมื่อได้เงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มิจฉาชีพกลุ่มนี้จึงเริ่มออกลายบ่ายเบี่ยงจ่ายค่าตอบแทน ก่อนจะปิดเพจ หอบเงินทั้งหมดไป
ภายหลังเจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินคนร้ายกลุ่มนี้ พบว่า มีการทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่หัวหน้าขบวนการ คนสั่งการ กลุ่มแอดมิน กลุ่มม้าตระเวนถอนเงิน และกลุ่มบัญชีม้า
นอกจากนี้ ยังพบว่า เมื่อมีเงินของผู้เสียหายโอนเข้ามายังบัญชีม้าแถว 1 กลุ่มคนร้ายก็จะรีบโอนเงินดังกล่าวต่อไปยังบัญชีม้าแถว 2 ต่อในทันที และให้นายธนโชติและน.ส.สรัลชนา สองพี่น้อง และ น.ส.สุพัตตรา ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ ไปตระเวนถอนเป็นเงินสดออกมา ก่อนนำมาส่งมอบให้กับ นายคม (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการ
ต่อมาเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมนำกำลังเข้าจับกุมตัว นายธนโชติ และ น.ส.สรัลชนา ก่อนขยายผลจับกุมน.ส.สุพัตตรา ผู้ร่วมขบวนการอีกราย ขณะกำลังจะเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานว่าทั้ง 3 ร่วมตระเวนถอนเงินสดจากผู้เสียจริง โดยได้รับเงินส่วนแบ่งครั้งละ 1,500 บาท ต่อเงินสด 1 ล้านบาท และ จะได้ค่าจัดหาบัญชีม้าอีกรายละ 1,000 บาทด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดี



