ครม.เคาะเกณฑ์ใหม่ ช่วยน้ำท่วมขัง แบบขั้นบันได จ่ายเยียวยา 5,000-20,000 บาท 22 จังหวัด ด้านคนน้ำล้อมบ้าน-คอนโด ได้เยียวยาด้วย
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม ที่บางพื้นที่น้ำท่วมนานกว่า 6 เดือน และการเยียวยาในช่วงที่ผ่านมาเป็นการเยียวยาครั้งเดียว จำนวน 9,000 บาท สำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมเกิน 30 วัน
แต่ครั้งนี้นายกฯ สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ศึกษาหาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากมติครม.เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบกรอบวงเงินใช้จ่ายงบกลางปี 2569 จำนวน 6,169,986,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากฤดูฝนปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2568 ซึ่งบ้านเรือนที่น้ำท่วมขัง จะได้รับการเยียวยาเพียงอัตราเดียวคือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน
โดยกระทรวงมหาดไทย ประเมินว่ามี 685,554 ครัวเรือน 65 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ และได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 2,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 49.84 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินทั้งหมด แต่สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ มีความรุนแรง และประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ครม.จึงมีติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม โดยเพิ่มประเภทผู้ได้รับผลกระทบ คือ กลุ่มที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง แต่เป็นพื้นที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ถูกน้ำล้อมบ้าน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการเดินทาง
รวมถึงกรณีของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ซึ่งพื้นล่างถูกน้ำท่วม จะได้รับเงินเยียวยาด้วย โดยจะมีผู้ที่ได้รับสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม ประมาณ 21,176 ครัวเรือน จำนวน 9,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือมาก่อน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น ครม.ยังเห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่ ในการช่วยเหลือประชาชนที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จากเดิมที่จ่ายเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน จะเพิ่มเติมหลักเกณฑ์จ่ายเป็นขั้นบันได ดังนี้
1.ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 31-60 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท
2.ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 61-90 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 10,000 บาท
3.ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 91-120 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 15,000 บาท
4.ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 121 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 20,000 บาท
ทั้งนี้ มีครัวเรือนที่ประสบภัย จำนวน 171,302 ครัวเรือน จำนวน 22 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี และอุบลราชธานี จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อให้การดำรงชีพของประชาชนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
“นายกฯ มีข้อห่วงใยว่าหากเกิดกรณีที่น้ำท่วมเกิน 4 เดือน จึงมอบให้คณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ไปคิดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เพื่อให้มีการอุดหนุนครั้งเดียวในปีนี้ และนำมารายงานให้ทราบต่อไป พร้อมสั่งการว่าให้กระบวนการการจ่ายเงินทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้” นายสิริพงศ์ กล่าว
หลักเกณฑ์ครั้งนี้ ช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลานานจนไม่สามารถดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ ซึ่งกำหนดอัตราการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาน้ำท่วม โดยนายกฯ เน้นย้ำการตรวจสอบสิทธิให้มีความถูกต้อง โปร่งใส
โดยให้หน่วยงานท้องถิ่น ออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย ผ่านการพิจารณาของประชาคมหมู่บ้าน และตรวจสอบซ้ำโดยคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. และ ก.ช.ภ.อ. เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ให้เกิดการจ่ายซ้ำซ้อน