นายกฯ ท้าฝ่ายค้านรอไม่ไหวยื่นซักฟอกพร้อมยุบ 12 ธ.ค.ทันที ฝากประชาชนเลือกกลับมา วันนี้รากฐานพร้อมแล้ว แนะ ดูให้ดีรอบหน้าตัวเลือกไม่เยอะ โว นโยบายดี มีบารมีเยอะ มั่นใจทำไทยก้าวกระโดด เชื่อแม้นักการเมืองปากดี ปากเสีย แต่หวังดีกับประเทศ รับทำคนละครึ่งพลัส ลอกนโยบาย “ลุงตู่” นายเก่า เดินไปไหนมีแต่คนชม

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 20 พ.ย.2568 ที่ห้องฉัตราบอลรูม 1 – 2 โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ถ.พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Change for the Future” ในงานสัมมนา “PRACHACHAT OUTLOOK THAILAND 2026 : ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ”

นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือน ต้องรู้ว่าตรงไหนที่สามารถเปลี่ยนได้และมีมติได้ภายใน 4 เดือนก็ต้องทำ เรามีรองนายกฯฝ่ายกฎหมายที่รู้เรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี หากอยู่ 4 เดือนก็ทำได้ แต่หากอยู่ไม่ถึง ก็ทิ้งเอาไว้ให้คนอื่นทำต่อได้ โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆ

อย่างคนละครึ่งพลัส ที่คนวิจารณ์ว่า ว่าเป็นนโยบายสมัยลุงตู่ ตนถามว่าทำไม เพราะลุงตู่ก็นายตน เมื่อทำมาแล้ว ก็ทำต่อ ตนไปลอกข้อสอบ และใส่คำว่าพลัสเข้าไป ซึ่งตั้งแต่เข้ามาการเมืองโดนด่าหมด ยกเว้นคนละครึ่งพลัส เดินไปไหนคนชมหมด ดังนั้น เราต้องเป็นคนหัวแข็ง ต้องยืดหยุ่น อะไรที่คิดแล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ต้องทำไป

นายกฯ กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจของไทยก็ต้องเดินหน้า ซึ่งตอนนี้มีความพร้อมแล้ว ทั้งด้านทรัพยากรพร้อม กฎระเบียบก็พร้อม และหากอยากให้พร้อม ก็เลือกตนกลับมา เพราะตอนนี้ก็ปฏิรูปการศึกษาอยู่ ปฏิรูปพลังงานให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ทุกอย่างในเวลาจำกัด เราก็ปูทางเอาไว้

ดังนั้น ขอให้ประชาชนตัดสินใจเอาเองว่าคนไหนที่มีความตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้และมีความกล้าหาญมากเพียงพอที่จะทำสิ่งเหล่านี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเมือง ไม่ต้องไปฟัง เพราะไม่นาน ตนก็ยุบสภาแล้ว จะคืนอำนาจให้กับประชาชน ตอนนี้ตัวเลือกไม่เยอะ ขอให้ดูว่าพรรคไหนที่มีการเมืองที่ดีแล้ว ต้องมีการปฏิบัติที่ดีด้วย และต้องดูด้วยว่า มีความรู้มากพอที่จะปฏิบัติ และความกล้าพอที่จะทำหรือไม่ มีความเก่งพอและบารมีที่จะแสวงหาความร่วมมือหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าตนมีพอสมควร

เรื่องเหล่านี้ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะปีหน้าก็ต้องเลือกตั้ง ซึ่งสภาพการเมืองที่ดำรงมาจนถึงจุดนี้ ต้องยอมรับตรงๆว่าไปต่อไม่ได้ เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะอภิปรายไปก็แพ้ และตนยืนยันว่า 31 ม.ค.จะยุบสภา ถ้าฝ่ายค้านรอไม่ไหว จะให้ยุบวันที่ 12 ธ.ค. ตนก็พร้อมยุบ

แต่หากมีอะไรที่ทำไว้แล้วไม่เสร็จหลายอย่าง ก็ต้องไปตำหนิคนนั้น จะมาว่าตนไม่ได้ ซึ่งตนมองว่าต่อให้อภิปรายดีหรืออภิปรายวน หรือตอบโต้ดีแค่ไหน รัฐบาลก็แพ้เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะไม่มีทางวินวิน วันนี้ตนไม่ได้ให้วินวินกับทางการเมือง แต่อยากให้วินวินกับประชาชน

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าพรรคของตนมีนโยบายดีๆ ที่จะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง ขอให้ใกล้ชิดกับการเมืองและใช้วิจารณญาณตัดสินใจ เพราะปีหน้าเป็นปีที่สำคัญ หากตัดสินใจถูก ประเทศไทยก็ก้าวกระโดด เร็วและรุนแรง เพราะตอนนี้เรากลับเข้ามาสู่เรด้าได้แล้ว ทุกประเทศให้ความสำคัญและให้ความสนใจ แม้รู้ว่านายกฯคนนี้รู้แค่ 4 เดือนยังให้เวลาพบ เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่เราทำไว้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อวางรากฐาน

ไม่ว่าใครข้ามา ต้องยกรากฐานตัวนี้แล้วนำไปทำต่อ เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง ไม่ว่านักการเมืองจะปากดีปากเสียอย่างไร ตนเชื่อว่าส่วนลึกๆ ของทุกคนก็ต้องการทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนยังต้องเคารพซึ่งกันและกันอยู่

ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่าคำว่าปรับเปลี่ยนและไปต่อเป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นกับคนทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน