ดีเจบอย เพื่อนคนเดียวที่มา เผย นานา โผกอดตกใจไม่คิดว่าจะโดนจับ ขออยู่ข้างเพื่อนวันแย่สุดในชีวิต ลุ้นจะได้ประกันตัวมั้ย รับช็อกมันเร็วมาก เครียดสุดเรื่องลูก เล่าเจอ เวย์ สามีเพื่อน
เพื่อนคนเดียวที่เดินทางมา ดีเจบอย ฌาฆฤณ เพื่อนสนิท นานา ไรบีนา เปิดใจวันที่มาให้กำลังใจเพื่อนหลังจากถูกตำรวจจับคุมตัวมาที่สอบสวนตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนว่า
- อ่านข่าว – แอน อลิชา เพื่อนสนิทโพสต์จุกอกหลังปม นานา ไรบีนา ถูกจับ
- อ่านข่าว – ตำรวจยึด รถมินิคูเปอร์-ตุ๊กตาศิลปะ ของ นานา ไรบีนา มาตรวจสอบ
“เมื่อกี้ก็ขึ้นไปให้กำลังใจเพราะว่านานาโทรมาตั้งแต่เช้าเราก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนกันเราก็กำลังจัดรายการอยู่ ซึ่งนานาบอกว่ามาให้เขาเห็นหน้าสักหน่อยก็ยังดีมาถึงก็ได้กอดกันให้กำลังใจกันนิดนึง”
“ถามว่าได้พูดคุยอะไรกันบ้างไหม นานาบอกว่าเดี๋ยวคงเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเขาก็มีทนายของเขาอยู่ที่คอยช่วยดูในเรื่องต่างๆที่มันจะต้องเป็นไปตามกระบวนการ”
“ส่วนในเรื่องคดียังไม่ได้อัพเดตอะไรกัน สำหรับสภาพจิตใจของนานา อย่างที่บอกว่าเขาโทรมาหาตั้งแต่ตอนเช้าเขาแค่ต้องการกำลังใจอยากเห็นหน้าเราแต่เท่าที่มาเจอกันยอมรับว่าเขาก็ดูวิตกกังวล เรื่องที่เครียดที่สุดก็น่าจะเป็นลูกๆ เขายังไม่ได้ฝากฝังอะไร ยังไม่ได้อัพเดตกันเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกันว่าอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเรื่องของลูกๆ”
“เมื่อคืนผมกับเขาก็ยังนั่งไลฟ์อยู่ด้วยกัน นั่งคุยกันว่าสรุปแล้วมันเป็นยังไง เพราะว่าก่อนหน้านี้มันก็มีมีข่าวมาแว่วๆ เหมือนกัน เราก็กลัวเหมือนกันเพราะวันนี้มันก็วันพุธแล้ว เมื่อคืนตอนช่วงตี1 ตี2 ก็ยังนั่งคุยกันอยู่ว่าสรุปพรุ่งนี้จะเป็นยังไง เมื่อคืนเราก็แยกย้ายกันไปช่วงประมาณตี2 ได้ แต่เท่าที่คุยกันเมื่อคืนนานาเขาก็ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะโดนจับ”
“คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่น่าตกใจพอสมควรเหมือนกันรวมทั้งตัวเราด้วยเพราะว่าเมื่อเมื่อคืนที่คุยกันน้ำหนักทั้งหมดทั้งมวลก็ยังรู้สึกว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ”
“ในส่วนของสิ่งที่นานาได้ทำสำหรับผมก็ได้เคลียร์ไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าผมก็ไม่ได้เข้าข้างผิดก็ว่าไปตามผิดเราก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนอยู่แล้วแต่ที่อยู่ตรงนี้ก็เพราะว่าเรายังอยู่ในฐานะพี่ชายของเขา”
“เราก็ไม่ได้อยากจะทิ้งไปเพราะสุดท้ายแล้วคนเป็นเพื่อนก็ต้องซัพพอร์ตอย่างน้อยน้อยช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดตอนนี้หลายคนก็เห็นว่าเขาก็หลังชนฝาแล้วแน่นอนว่าเขาก็คงจะอยากหาใครสักคนหนึ่งที่จะอยู่ข้างข้างในวันที่เขาแย่ที่สุดในชีวิต”
“สำหรับผมยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจที่นานาทำเลย น่าจะรู้ก่อนที่ดาด้ารู้ไม่เกิน 5 ชั่วโมง ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยมาชวนลงทุนอะไร ยืมเงินก็ไม่เคยเหมือนกัน กับผมเขาจะมาปรึกษาพูดคุยในเรื่องทั่วไปมากกว่า”
เห็นทางตำรวจบอกว่าพฤติการณ์ของนานาอาจจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่?
“อันนี้ผมพูดไม่ได้เลยเพราะไม่ทราบเลย เรื่องของรูปคดีไม่ได้อัพเดตกันส่วนใหญ่จะอัพเดตในเรื่องของการให้กำลังใจกันมากกว่า สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากนั้นเรื่องเงินเรื่องทองเรื่องธุรกิจเรื่องคดีผมไม่ก้าวล่วง แล้วที่ผ่านมานานาก็ไม่เคยมาปรึกษาเรื่องเงินกับผมด้วย”
“หลังจากที่ทราบข่าวแล้วผมก็ได้มีการถามเขาเหมือนกันว่าเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งก็เหมือนกับที่เขาเคยออกมาไลฟ์ให้ทุกคนฟังว่ามีการเอามาหมุนในการทำธุรกิจ เอาจริงๆตั้งแต่เป็นข่าวมาผมไม่กล้าถามอะไรเขามากเพราะมีความรู้สึกว่าเพื่อนกันเพราะพูดไรลึกๆลงไปมันก็อาจจะมีการไปแทงใจดำกันได้บางอย่างอาจจะเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากเปิดเผยผมก็ไม่อยากจะละลาบละล้วงอีกอย่างหนึ่งก็คือพอพูดกันกลัวจะมีผลกระทบทางด้านจิตใจกันผมเลยพยายามเลี่ยงไปมากกว่า”
“ส่วนเรื่องประกันตัวเราเองก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกันเพราะทุกอย่างมันเร็วมากช็อกมาก ที่เจอกันเมื่อกี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แค่เจอกันเขาก็โผเข้ามากอดบอกว่าขอบคุณมากนะที่มาได้เห็นหน้ากันในวันที่เขาก็ตกใจมากเช่นกันเช่นกัน”
ถามว่าปกติแล้วนานาเป็นคนใช้เงินยังไง?
“เขาก็ใช้เงินปกติไม่ได้ถึงขนาดฟุ่มเฟือย ผมรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้มีชีวิตที่หรูหราอะไรถึงขั้นที่ว่าเราจะต้องรู้สึกตกใจ เจอเขาวันแรกที่อยู่ในวงการด้วยกันมายังไงก็ไม่ได้รู้สึกว่าว้าว หวือหวาหรือว่าพลิกจากหน้ามือหลังมือ สำหรับผมรู้สึกว่าเขาใช้ชีวิตปกติ”
“ส่วนเรื่องที่เขาประกาศขายบ้านก็เห็นแล้วแต่ว่าเรื่องที่จะมีคนติดต่อมาซื้อไหมหรืออะไรยังไงยังไม่ทราบ หรือยังไม่มีก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“สำหรับเพื่อนเพื่อนคนอื่นต้องบอกว่าหลังจากที่เกิดเหตุก็ไม่ได้มีใครติดต่อผมมาเลย ส่วนพี่ เวย์ (เวย์ ไทเทเนียม สามี นานา)ได้มีโอกาสเจอกันสวนกันนิดนึง คือผมเองไม่ชอบอะไรที่อีโมชั่นเลยไม่ได้ถามลึกๆในเรื่องต่างๆที่เป็นข่าว ซัพพอร์ตกันในเรื่องจิตใจเจอพี่เวย์ ก็กอดกันทีนึงแล้ว เขาก็บอกว่าแต้งกิ้วก็จบกันแค่นั้น เราก็ไม่ได้อยากจะพูดอะไรต่อมากกว่านั้น”
“ตอนนี้บอกเลยว่าเป็นห่วงเพื่อนมาก แต่อย่างที่บอกทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ผิดถูกก็ต้องยอมรับกันไป แต่ก็หวังว่าคงจะมีอะไรใจดีกับนานาบ้างในมุมเล็กๆก็ยังดี เมื่อกี๊ได้คุยกับพี่สาวนานาก็บอกกันว่ายอมรับตามนั้น แต่ก็แอบลุ้นและให้กำลังใจตามสิ่งที่เราพอจะทำได้”
มองว่าตำรวจใจร้ายเกินไปไหม?
“ผมว่าไม่นะครับทุกอย่างตามขั้นตอน”

