อัพเดตสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามลำดับไทม์ไลน์ หลังปะทะเดือดอีกรอบ ต้องประกาศอพยพชาวบ้านแนวชายแดน 4 จังหวัด
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ตั้งแต่บ่ายวันที่ 7 ธ.ค.2568 หลังเกิดการยิงปะทะบริเวณ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย
ตามมาด้วยการประกาศอพยพชาวบ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชาใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี
กระทั่งสถานการณ์ของทั้ง 2 ประเทศกลับมาปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบในช่วงเช้าวันที่ 8 ธ.ค.2568
สำหรับไทม์ไลน์ของการปะทะรอบใหม่ของไทย-กัมพูชา
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 7 ธ.ค. 2568
– เวลา 14.15 น. ทหารกัมพูชายิงใส่ทหารไทย หน่วยพัน.ร.13 (ฉก.1) ในพื้นที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน ก่อนไทยตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง เหตุการณ์ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ได้แก่ ส.อ.อนุชาติ เรือนคำ และพลฯ พรชัย จำปาจุม
– เวลา 14.16 น. ทหาร 2 ฝ่ายใช้ปืนยิงสนับสนุน กัมพูชาเพิ่มระดับการยิงด้วยอาวุธสนับสนุนประเภทปืนใหญ่ไร้แรงสะท้อน ทำให้แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งยกระดับความพร้อมเต็มกำลัง กระทั่งสถานการณ์ปะทะยุติลง
– เวลา 17.00 น. ประกาศอพยพชาวบ้านใน 4 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมเตือนหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เขตแดน
– เวลา 17.15 น. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ไฟเขียวตอบโต้ได้ทันที ตามกฎการใช้กำลัง ชี้เหตุปะทะชายแดนศรีสะเกษ กัมพูชา ตีรวน สร้างภาพไทยรังแก หวังผลเวทีรัฐภาคีออตตาวา
– เวลา 17.30 น. พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงอ้างกองกำลังทหารไทยเป็นฝ่าย เปิดฉากยิงก่อน พื้นที่ พลาญธม อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร
– เวลา 17.40 น. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุคำกล่าวของ พล.ท.หญิง มาลี ไม่เป็นความจริง โดยข้อเท็จจริงคือ ทหารกัมพูชานำกำลังเข้ามาในบริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขณะฝ่ายไทยดำเนินการปรับปรุงเส้นทางในเขตไทย
จากนั้นได้ยิงเข้าใส่ชุดรักษาความปลอดภัยของชุดปรับปรุงเส้นทาง ฝ่ายไทยจึงทำการยิงปะทะตามกฎการใช้กำลัง และนำไปสู่การปะทะ จนมีกำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 8 ธ.ค.2568
เวลา 03.00 น. ข่าวกรองระบุเป้าหมายยิงสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบข้อมูลข่าวกรองว่า ฝ่ายกัมพูชากำหนดเป้าหมายอาวุธยิงสนับสนุนไปยังสนามบินบุรีรัมย์และโรงพยาบาลปราสาท แม้ยังไม่ได้ยิงจริง แต่ถือเป็นสัญญาณเตรียมปฏิบัติการ
เวลา 05.00–06.00 น. เปิดฉากยิงหลายจุดในจ.อุบลราชธานี โดยช่องอานม้าปะทะระลอกแรก ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนเล็กและอาวุธวิถีโค้งยิงใส่แนวกำลังไทย ฝ่ายไทยยิงป้องกันตัวตามกฎการปะทะ
เวลา 06.05 น. ตรวจพบกำลังรุกคืบรายงานพบกำลังกัมพูชาราว 50 นาย เคลื่อนกำลังขึ้นเนิน 677 ใกล้พรมแดน
เวลา 06.07–06.23 น. ไทยตอบโต้ด้วยปืนครก 60 มม. หลังกัมพูชายิงครกใส่ฐานไทยหลายแห่ง รวมทั้งบริเวณบ่อดินด้านหลังตลาดไท ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยครก 60 มม. จากฐาน “เจนศึก”
เวลา 07.00 น. ช่องบกยังปะทะเดือด กัมพูชายิงอาวุธสนับสนุนใส่ฐานไทยในช่องบก ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย
เวลา 07.15 น. กองทัพบกยืนยันว่าไทยใช้อากาศยานโจมตีตอบโต้เป้าหมายทางทหารของกัมพูชา เพื่อหยุดการใช้อาวุธยิงไกล รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่ามีการใช้ F-16 โจมตีอย่างน้อย 3 จุดฝั่งกัมพูชา
เวลา 08.30 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า กัมพูชาทำการยิงด้วย BM21 ลงพื้นที่บ้านเรือนประชาชนฝั่งไทย บ้านสายโท 10 อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย กองทัพจะปกป้องประชาชนและอธิปไตยเต็มกำลัง
เวลา 09.20 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เป้าหมายกระเช้าเนิน 350 ทางด้านทิศตะวันตก ปราสาทตาควาย ระยะ 300 เมตร ถูกทำลายเรียบร้อย กองทัพจะปกป้องประชาชนและอธิปไตยเต็มกำลัง
เวลา 10.30 น. กองทัพบก แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีทหารเสียชีวิต 1 นาย รอยืนยันการเสียชีวิตอีก 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 8 นาย นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังสนามบิน พบ กัมพูชา ล็อกเป้าพื้นที่ตอนใน ห่างจากชายแดน 30 กม. ใช้ F-16 เร่งทำลาย
เวลา 11.00 น. กกล.บูรพา รายงานฝ่ายกัมพูชาพร้อมรบสูงสุดตามแนวชายแดนสระแก้ว เฝ้าตรวจพบกำลังพล–ยุทโธปกรณ์เข้าที่มั่น ตลอด 24 ชม. รวมถึงยานพาหนะฝ่าย กพช. เคลื่อนไหวตลอดทั้งกลางวัน–กลางคืน รวมทั้งตรวจพบการประเมินความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด
เวลา 12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยจะยึดมติสมช. ปฏิบัติการทางทหารทุกเงื่อนไข ขอประชาชนเชื่อมั่น ยันไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่มรุกรานใคร
เวลา 13.00 น. กองทัพภาคที่ 1 โดยกกล.บูรพา เริ่มเข้ายึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทยพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว หลังกัมพูชาเตรียมพร้อมรบสูงสุด พบเคลื่อนย้ายกำลังพลอาวุธหนัก เข้าที่มั่นต่อเนื่อง ไม่เป็นไปตามข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชา
เวลา 14.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ปิดประตูเจรจาเขมร อยากหยุดปะทะต้องทำตามไทย ลั่นไม่คุย “อันวาร์-ทรัมป์” ตอกกลับนายกฯมาเลย์ ต้องไปบอกคนรุกรานให้หยุด ลั่นรัฐบาลไทยเชื่อกองทัพไทย หลังเขมรอ้างไทยเปิดฉาก
เวลา 15.00 น. ฮุนเซน เดือด เปิดภาพ ‘อนุทิน’ ร่วมเฟรม ผู้ว่าฯ เขมร ลั่นนำชีวิตทหาร-ปชช. มาดึงคะแนนเสียง โอดลืมมิตรภาพหมดสิ้น ตอนไม่เป็นนายกฯ ยังเป็นเพื่อนกัน แถมยังปล่อยคลิปและภาพของนายอนุทินและภริยา ไปทำพิธีเสริมดวงและขอพรที่วัดแห่งหนึ่งในประเทศกัมพูชา
เวลา 16.30 น. จ.ตราด สั่งอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงตามแผนอพยพประชาชนโดยทันที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้
– อำเภอเมืองตราด (ต.แหลมกลัด, ต.ท่ากุ่ม, ต.ตะกาง, ต.ชำราก) , อำเภอบ่อไร่ , อำเภอคลองใหญ่
เวลา 16.45 น. กองทัพภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ คืนนี้! กัมพูชาจะใช้จรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ทำการยิงเข้ามายังดินแดนไทยเพื่อทำให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินโดยอาศัยห้วงเวลากลางคืนที่ยากต่อการตรวจการณ์และยังทำให้เกิดการตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน
เวลา 17.00 น. กองทัพภาคที่ 1 ทวงคืนสำเร็จ ยึดบ้านไปรจัน ตรงข้ามหนองหญ้าแก้ว วางแนวลวดหนามตามแนวทางปฏิบัติ
เวลา 18.00 น. กัมพูชาระดมยิง อาวุธปืนใหญ่และปืน ค. อย่างหนักในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว เพื่อให้กำลังฝ่ายไทยถอยออกจากพื้นที่ หลังทหารไทยเข้ายึดพื้นที่นี้คืนได้สำเร็จ #ชายแดนไทยกัมพูชา
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 9 ธ.ค.2568
เวลา 01.50 น. ชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะเดือด เขมร ยิงกระสุน ค. ปืนใหญ่ ตกใส่บ้านประชาชนฝั่งไทยเสียหาย 2 หลัง ลุยปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่บ้านหนองจาน
เวลา 06.00 น. เพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า BM-21 มาตามนัด ชายแดนไทย-กัมพูชา เข้าสู่วันที่ 2 ปะทะต่อเนื่อง ปฏิบัติการทางทหาร เผย กัมพูชา จะถ่ายภาพทุกอย่างเพื่อฟ้องชาวโลก
เวลา 07.00 น. โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พบ กัมพูชา รุกตั้งฐานทหารบ้านหนองรี จ.ตราด ขุดคูเลต ติดตั้งอาวุธหนัก เสริมชุดรบพิเศษ พลซุ่มยิง ลั่น จำเป็นต้องใช้มาตรการขับไล่พ้นดินแดนอธิปไตยไทย
เวลา 07.45 น. พบกับดักสังหาร ไทยเก็บกู้ทุ่นระเบิด PMN-2 หลังยึดคืน “หนองหญ้าแก้ว” ย้ำหลักฐานชัด กัมพูชาวางระเบิดใหม่
เวลา 11.00 น. พลทหารวายุ ขวัญเสือ เสียชีวิต ที่โรงพยาบาลพนมดงรัก หลังเข้ารักษาตัวเนื่องจาก โดนระเบิดแขน-ขาขวา ที่ปราสาทตาควายเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
เวลา 11.30 น. กองทัพบก รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ในวันนี้มียอดกำลังพลเสียชีวิตเพิ่ม 2 นาย
-1.พลทหาร วายุ ขวัญเสือ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้รับบาดเจ็บโดนสะเก็ดระเบิดอาวุธวิถีโค้ง พื้นที่ฐานปฏิบัติการ 225 จ.สุรินทร์
-2.ส.อ.ชวกร เดชขุนทด สังกัดกองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ บาดเจ็บจากเครื่องยิงลูกระเบิด พื้นที่พระวิหาร
เวลา 13.30 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง สังกัด ช.พัน.1 รอ. ถูกทหารกัมพูชา ยิงปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง หรือ (ปรส.) จากเนิน 677 ช่องอานม้า เสียชีวิต
เวลา 14.00 น. ทอ.ส่ง F-16 ทิ้งระเบิดนำวิถี ด้วยเลเซอร์ ทำลายคลังเก็บจรวด BM-21 ของกัมพูชา อาวุธหนักที่ใช้โจมตีไทย จนเกิดการระเบิดดังต่อเนื่องอย่างรุนแรง
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 10 ธ.ค.2568
เวลา 05.20 น. รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เช้ามืดวันนี้ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิง ด้วยกระสุนปืนใหญ่ เข้ามามายังพื้นที่ฝั่งไทยก่อนตลอดแนวชายแดน
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันที่ 11 ธ.ค.2568
กกล.บูรพา กองทัพภาคที่ 1 พร้อมตำรวจ บุกรวบ “เจ๊ลัด” อดีตเมีย “กำนันลี” หลังส่อแววเป็นไส้ศึกให้กัมพูชา ควบคุมตัวสอบเครียดตามกฎอัยการศึก
เวลา 05.30 น. กัมพูชาเปิดฉากยิงทหารไทยแล้ว 2 จุดเช้านี้ อุบลฯ – ศรีสะเกษ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต
พลีชีพรายที่ 8 และ 9 พลทหารชาญชัย พลยิงปืนกล และ พลทหารธนกร พลยิงลูกระเบิด ถูกกระสุนปืน ค. เหตุประทะชายแดนไทย-กัมพูชา ใน 2 สมรภูมิ