ตำรวจเรียก นาย ก. สอบปากคำ หลังพบข้อมูลเป็นผู้ติดต่อมอบสารไซยาไนด์ ให้ นัทปง พร้อมเชิญแพทย์นิติเวชผู้ชันสูตรให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผลสอบปากคำเพื่อนสนิท 5 คน ให้การทิศทางเดียวกัน

จากกรณีการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ที่เสียชีวิต ที่บ้านพักย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เตรียมเข้าตรวจค้นบ้านพร้อมญาติ ชี้หากหลักฐานถูกนำออกจากที่เกิด อาจเข้าข่ายกระทำความผิด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ธ.ค.2568 ที่ สภ.บางกรวย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางกรวย ให้ข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนได้นัดหมายกับ นาย ก. บุคคลที่พบว่ามีการพูดคุยติดต่อพูดคุยเกี่ยวกับการส่งมอบสารไซยาไนด์ ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ของนายณัฐวุฒิ มาสอบปากคำ โดนนัดหมายในช่วงเวลา 15:00 น ของวันนี้ เพื่อหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับสารไซยาไนด์

ถึงแม้ผลการสอบปากคำของเพื่อนสนิท 5 คนเมื่อวานที่ผ่านมา ทุกคนให้การไปในทิศทางเดียวกัน แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง หรือเป็นการฆาตกรรม ถึงขนาดนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องที่ รวมถึงต้องเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานในบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งทางญาติของผู้เสียชีวิตประสงค์ที่จะขอเข้าร่วมตรวจค้นภายในบ้าน โดนกำหนดไว้ในวันที่ 11 ธันวาคม

โดยมีรายงานว่า นอกจากการสอบปากคำเมื่อวานนี้ ตำรวจยังได้เก็บดีเอ็นเอ พยานทั้งหมด ที่อยู่ร่วมกันในวันเกิดเหตุ พร้อมกับเก็บข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือ ของพยานทั้งหมดเอาไว้ตรวจสอบด้วย

สำหรับพยานหลักฐานที่มีประเด็นข้อสงสัยว่าถูกนำออกจากที่เกิดเหตุ ทั้งหลักฐานกล้องวงจรปิด หลักฐานจากโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต และสารไซยาไนด์ โดยไม่ส่งมอบให้ตำรวจนั้น พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 1 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นตำรวจยังคงต้องขอเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับญาติ ซึ่งอยู่ระหว่างประสานกับญาติ เพื่อขอเข้าตรวจสอบก่อนกำหนด จะกำหนดเดิม วันที่ 11 ธันวาคม เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน

หากกล้องวงจรปิดภายในบ้านพักมีผู้นำออกไปแล้วพยายามทำลายหลักฐาน ก็อาจจะเข้าข่ายกระทำความผิด และต้องเรียกมาสอบปากคำ แต่จะผิดหรือไม่ต้องดูที่เจตนา

ทั้งนี้ ในส่วนของสารไซยาไนด์ เบื้องต้นคาดว่าอยู่ภายในบ้าน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบวันที่เกิดเหตุและได้ถ่ายรูปพยานหลักฐานเอาไว้ทั้งหมดแล้ว หากไม่พบหลักฐาน หรือมีผู้นำหลักฐานออกจากบ้านที่เกิดเหตุ ก็อาจจะเข้าข่ายความผิดด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน