โฆษกกองทัพบก โต้ “ฮุนเซน” อย่าบิดเบือน ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน ชี้กัมพูชาเริ่มก่อน-ฉีกสัญญาหยุดยิง ย้ำไทยมีสิทธิป้องกันตนเอง และตอบโต้ทางทหาร
เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 68 จากกรณีที่สื่อกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ออกแถลงการณ์ด่วนถึงกองกำลังแนวหน้า ระบุว่าขณะนี้ตนได้ลงมาบัญชาการรบร่วมกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แล้ว และกล่าวหาว่าฝ่ายไทยคือผู้รุกราน ได้ใช้อาวุธหนักระดมยิงใส่ฝั่งกัมพูชา พร้อมกล่าวว่าเป็นกลยุทธ์ยั่วยุ หวังดึงให้กัมพูชาโต้ตอบ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการฉีกสัญญาหยุดยิงและทำลายแถลงการณ์สันติภาพ พร้อมสั่งให้ทหารกัมพูชาอดทน โดยระบุว่ามีการกำหนด “เส้นแดง” (Red Line) สำหรับการตอบโต้ไว้แล้ว หากยังไม่ถึงจุดนั้น ห้ามหลงกลยิงสวนเด็ดขาด
ล่าสุด พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายไทยเชื่อมาตลอดว่า สมเด็จฮุนเซน คือผู้สั่งการ บังคับบัญชาตัวจริงของประเทศกัมพูชา
ส่วนประเด็นบิดเบือนที่พยายามกล่าวหาไทยเป็นผู้รุกราน กลับแย้งกับความจริงว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ในการนำกำลังพร้อมอาวุธเข้ามาในเขตพื้นที่อธิปไตยไทยในหลายพื้นที่ รวมทั้งการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจำนวนมากบริเวณแนวชายแดน
โดยในช่วงหยุดยิงตั้งแต่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา พบว่าฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมยั่วยุมาโดยตลอด ที่สำคัญที่สุดคือการใช้อาวุธทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจน จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลไทยขอระงับข้อตกลงร่วม เพราะผลจากการกระทำของฝ่ายกัมพูชา กัมพูชาจึงเป็นผู้ที่ฉีกสัญญาต่าง ๆ โดยเจตนาผ่านการกระทำของตนเอง
นอกจากนี้ กัมพูชาไม่ได้ใช้ความอดทนจริงอย่างที่กล่าวไว้ เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ทหารกัมพูชายิงใส่ทหารไทยอย่างโหดร้าย และไม่มีการแจ้งเตือนก่อน รวมถึงตลอดสองสามวันที่ผ่านมา กัมพูชาใช้อาวุธทุกชนิดโจมตีฝ่ายไทยด้วยปริมาณที่หนาแน่นมาตลอด ซึ่งพบว่ามีพื้นที่พลเรือนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวย้ำว่า กองทัพบกมีสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดนจะยุติลง เพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนไทยตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม ยืนยันไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มความรุนแรง แต่มีหน้าที่ต้องตอบสนองต่อการล่วงละเมิดอธิปไตยอย่างจำเป็นและเหมาะสม