กองทัพภาคที่ 2 สรุปสู้รบ 4 จังหวัดอีสาน คาดทหารกัมพูชาเสียชีวิต 89 นาย ทำลายรถถัง-จรวด BM 21 รวม 4 คัน ระบบโดรนกว่า 60 ตัว
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 กองทัพภาคที่ 2 เผยสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ช่วงวันที่ 7-11 ธ.ค.68
ตามที่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.68 กัมพูชาได้ยิงใส่ชุดลาดตระเวนของทหารไทย ในพื้นที่ภูผาเหล็ก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และเริ่มเปิดฉากการยิงด้วยปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) เข้ามายังพื้นที่ดินแดนไทยตลอดแนวชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ทำให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร และสถานพยาบาลในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เร่งอพยพประชาชนเข้าพื้นที่ปลอดภัย ที่ศูนย์พักพิงประจำจังหวัดที่จัดเตรียมไว้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนั้นฝ่ายไทยจึงได้ยิงตอบโต้ตามกฎการใช้กำลังอย่างได้สัดส่วน ไปยังพื้นที่ที่เกิดภัยคุกคาม ด้วยอาวุธวิถีตรงและวิถีโค้งต่อฝ่ายกัมพูชา เพื่อสกัดกั้น ยับยั้งและทำลายอันตรายที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ อันประกอบด้วยพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน 13 แนวรบดังนี้
จ.อุบลราชธานี 2 แนวรบหลัก ได้แก่ พื้นที่ช่องบก พื้นที่ช่องอานม้า
จ.ศรีสะเกษ 5 แนวรบหลัก ได้แก่ พื้นที่ซำแต โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า ผามออีแดง และห้วยตามาเรีย ภูมะเขือ-ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน และ ช่องสะงำ
จ.สุรินทร์ 5 แนวรบหลัก ประกอบด้วย ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี พื้นที่คนา พื้นที่ตาควาย พื้นที่ช่องกร่าง พื้นที่ตาเมือนธม
จ.บุรีรัมย์ 1 แนวรบหลัก คือ ช่องสายตะกู
สำหรับผลการปฏิบัติที่สำคัญในวันที่ 11 ธ.ค.68
1.ช่องอานม้า เข้าควบคุมพื้นที่ได้บางส่วน
2.เข้าทำลายฐานปฏิบัติการข้าศึก บริเวณพื้นที่ซำแต
3.พื้นที่ช่องระยี-ช่องเปรอ เข้ายึดพื้นที่คืนถึงเส้นปฏิบัติการ แต่ยังถูกต่อต้านเป็นระยะ
4.พื้นที่คนา เข้ายึดแล้ว 2 ที่หมาย ปัจจุบันถูกตีโต้ตอบจากฝ่ายตรงข้าม
5.พื้นที่ตาควาย ยิงทำลายฐานทหารรอบปราสาท และเนิน 350 แต่ยังเข้าควบคุมไม่ได้ เนื่องจากถูกต่อต้านอย่างหนักจากอาวุธยิงสนับสนุน โดรน และกับระเบิดของฝ่ายกัมพูชาอย่างหนาแน่น
จากการปฏิบัติของฝ่ายเราตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่า
1.ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 89 ราย
2.ทำลายรถถังT-55 จำนวน 3 คัน (ในพื้นที่พนมประสิทธิโส)
3.ทำลายจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) จำนวน 1 คัน
4.ทำลายระบบโดรน 64 ลำ
5.ทำลายแอนตี้โดรน 1 ระบบ ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย