รพ.ตราด แจงแล้ว หลังลือสะพัด จ่ออพยพผู้ป่วยวิกฤต ชี้ไม่เป็นความจริง แค่ซ้อมแผนลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินตามขั้นตอน ยันมีความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
กรณีมีเพจดังเพจหนึ่งระบุและแจ้งเตือนว่า “จ.ตราดด่วน! 11 ธ.ค. 68 ปะทะรุนแรง& ขยายพื้นที่!ออกจากพื้นที่ 100% ห้ามนำสิ่งของไปมอบห้ามใช้มือถือฝ่ายตรงข้ามจับสัญญาณโจมตีได้!” นั้น ส่งผลกระทบกับประชาชนชาวตราด เนื่องจากเป็นข้อความที่คลุมเครือและไม่ระบุพื้นที่ชัดเจน
ซึ่งเหตุการณ์จริงนั้นมีการระบุถึงพื้นที่ใน 3 อำเภอและตำบลที่ติดอยู่กับชายแดนกัมพูชา ให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาขนย้ายอาวุธหนัก โดยเฉพาะปืนใหญ่มาประชิดชายแดนด้านตำบลชำราก และตำบลแหลมกลัด ทางหน่วยเฉพาะนาวิกโยธินตราดจึงสั่งการให้มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการสู้รบ
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 นพ.ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน สาธารณสุข จ.ตราด ออกมาร่วมกับโรงพยาบาลตราด ซึ่งสำนักงานสาธารณสุข จ.ตราด และตำรวจทางหลวงตราด ดำเนินการซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดเหตุการณ์สู้รบรุนแรงและอาจจะเกิดผลกระทบกับผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน จึงซ้อมแผนขึ้นเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินหากเกิดขึ้นจริง
นพ.ธนะวัฒน์ ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า “ถึงพี่น้องประชาชนและผู้รับบริการทุกท่าน, ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียในขณะนี้เกี่ยวกับกรณีที่โรงพยาบาลตราดเตรียมการอพยพยพผู้ป่วยขั้นวิกฤตออกนอกพื้นที่นั้น
โรงพยาบาลตราดขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และมีความคลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง การดำเนินการที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการ “ซ้อมแผนลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน” ตามขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรและระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทาง
ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจริงปัจจุบัน สถานการณ์ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ โรงพยาบาลตราดยังคงเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนตามปกติ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและทำความเข้าใจ ขอความกรุณางดส่งต่อหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลโดยตรง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกในวงกว้าง”
นายแพทย์สาธารณสุขตราด กล่าวต่อว่า หากมีสถานการณ์จริงเกิดขึ้นเราจะสามารถดำเนินการได้ทันทีและมีเวลาไม่มาก ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจัดเกรดของผู้ป่วยไว้ 3 ระดับ คือ สีแดงคือวิกฤต สีเขียว ผู้ป่วยหนัก ทั้ง 2 ระดับจะต้องเคลื่อนย้ายโดยเร็วและมีแพทย์ดูแลใกล้ชิด
ส่วนสีเขียวจะเป็นผู้ป่วยในระดับเดียวกับผู้อพยพ ขณะที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลชายแดนทั้งในอำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ หากมีการเคลื่อนย้ายจะถูกส่งไปที่โรงพยาบาลในอำเภอแหลมงอบ และหากมีสถานการณ์วิกฤตที่ต้องเคลื่อนย้ายจริง ทางฝ่ายปกครองโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด จะเป็นผู้สั่งการมาโดยตรง
ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอเขาสมิงและในจังหวัดตราด เปิดเผยว่า หลังจากมีเพจข่าวสื่อสารออกไปทำให้นักท่องเที่ยวที่จองห้องพักไว้ในช่วงนี้และถึงช่วงปลายปี ยกเลิกการเดินทางมาจำนวนมาก บางส่วนโทรศัพท์สอบถามมาถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดตราด และเมื่อได้รับการอธิบายแล้วก็เข้าใจ และเดินทางมาตามกำหนด
ซึ่งเรื่องนี้อยากจะสื่อสารออกไปเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราดและตามเกาะ 3 แห่งไม่ต้องกังวล เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างไกลชายแดนและพื้นที่การสู้รบทั้งหมด
ขณะที่ นายไพรัช สร้อยแสง นายอำเภอเกาะกูด กล่าวว่า การท่องเที่ยวในอำเภอเกาะกูด คือ เกาะกูดและเกาะหมากไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทั้งพื้นที่ก็อยู่ห่างไกลจากพื้นที่สู้รบ วันนี้นักท่องเที่ยวยังมาเที่ยวเต็มเกาะ เพราะน้ำทะเลใส สวย และชายหาดสะอาด
นอกจากนี้ ยังได้รับการเฝ้าระวังในเรื่องของความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ได้จากผู้ประกอบการใน จ.ตราด และหน่วยราชการที่อยู่ในพื้นที่ได้สะดวกที่ไหนก็ติดต่อมาได้ รวมทั้งจากเพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดตราดได้ตลอดเวลา
ที่มา มติชน



