ยื่นศาลขอหมายจับ มือปืน ขับเวลไฟร์ ยิงหนุ่มเสียชีวิตในเก๋งบนทางพิเศษศรีรัช แฉปล่อยข่าวสับขาหลอกตำรวจ เจอปมต้องสงสัยเพิ่ม เร่งไล่ล่าตัว

จากกรณี นายอนุวรรตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ถูกมือปืนขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ ก่อเหตุยิงเสียชีวิต บริเวณหลังด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช ด่านประชาชื่น ฝั่งขาเข้า แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.

ล่าสุดวันที่ 24 ธ.ค.2568 พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น กล่าวว่า ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนทําการสอบปากคําพยานและรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน ได้เดินทางไปยื่นคําร้องขอศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืน”

เร่งล่ามือปืน ขับเวลไฟร์ ยิงหนุ่มเสียชีวิต

ขณะที่ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตํารวจนครบาล 2 และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น อยู่ระหว่างลงพื้นที่ไล่ติดตามตัวผู้ต้องหามาดําเนินคดี หลังพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ ถูกจอดทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม

ขับเวลไฟร์

ยื่นศาลขอหมายจับ มือปืน ขับเวลไฟร์ ยิงหนุ่มเสียชีวิตในเก๋งบนทางพิเศษศรีรัช แฉปล่อยข่าวสับขาหลอกตำรวจ

และมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเตรียมหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่การข่าวพบว่าผู้ต้องหาอาจจะสับขาหลอกเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทําให้ชุดติดตามต้องแบ่งชุดไปติดตามในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

ส่วนการสอบสวนเบื้องต้นตํารวจพบว่า ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงผู้เสียชีวิตจํานวน 3 นัด แต่ปรากฏว่า จากการตรวจสอบของกองพิสูจนหลักฐาน (พฐ.) ไม่พบปลอกกระสุนอีก 2 นัดภายในรถเวลไฟร์ รวมทั้งไม่พบว่าตกในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด

ขับเวลไฟร์

ภาพจากกล้องวงจรปิดบนทางพิเศษศรีรัช

จึงตั้งข้อสงสัยว่าหากยิง 3 นัดจริง ต้องมีหลักฐานหรือเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาอาจจะเก็บปลอกกระสุน 2 นัดไปด้วย ซึ่งสอดคล้องกับบาดแผลเบื้องต้นของผู้ตายที่ถูกยิงเข้าที่บริเวณลําคอเพียง 1 นัด

ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนยังตั้งประเด็นสําหรับผู้ก่อเหตุว่าอาจมีมากกว่า 1 คน เพราะการที่คนร้ายขับรถเวลไฟร์ซึ่งเป็นรถตู้ที่มีส่วนสูงมากกว่ารถยนต์ของผู้ตาย จึงทําให้การที่คนร้ายเป็นผู้ขับและยิงเองเพียงคนเดียวเป็นไปได้ยาก แต่หลักฐานกล้องวงจรปิดยังไม่สามารถระบุได้ว่าภายในรถเวลไฟร์มีผู้โดยสารจํานวนกี่คน

อย่างไรก็ตาม ตํารวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งในเรื่องของแรงจูงใจในการก่อเหตุ ทั้งประเด็นเหตุการณ์ซึ่งหน้าและธุรกิจสีเทา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน