เปิดคลิปภาพ-เสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก นำทองคำหนัก 246 บาท ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. เผย ทองมีลักษณะพิเศษทำให้จดจำได้

วันที่ 6 ม.ค.2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.)

ร่วมกันแถลงกรณีการสอบสวนคดีสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการให้นำทองคำแท่ง จำนวน 246 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

พ.ต.อ.ภาคภูมิ บิ๊กโจ๊ก

เปิดคลิปภาพ-เสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก นำทองคำหนัก 246 บาท ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า กรณีนี้จากการที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำหลักฐานสำคัญมามอบให้ และต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนมาแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว

พ.ต.อ.ภาคภูมิ บิ๊กโจ๊ก

รถยนต์ประจำตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง

เปิดหลักฐาน พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ตำรวจชุดสอบสวนได้ดำเนินการหลักฐานจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ และได้ข้อมูลจนพบว่ามีความสอดคล้องและมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิด

ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้คือ ทองคำ 200 กว่าบาทมีจริง เพราะสอบสวนถึงแหล่งที่มา มีทั้งพยานบุคคลและใบเสร็จ และทองนี้มีลักษณะพิเศษทำให้จดจำได้ รวมถึงทองคำชุดนี้มาอยู่ในมือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิจริง และมีการส่งมอบทองคำที่สมาคมปักษ์ใต้ โดยผู้รับคือ รปภ.ประจำตัวของ กรรมการ ป.ป.ช. และรถยนต์ที่เข้ามานั้นเป็นรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.จริง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า แนวทางการต่อสู้คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปัจจุบันอยู่ในฐานะอดีตนายตำรวจและผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลายคดี และคดีที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช.

โดยขณะนี้คดีอยู่ที่พนักงานสอบสวน ทั้ง “คดีมินนี่” และ “คดีพิมพ์วิไล” ซึ่งการออกหมายจับมีเส้นเงินชัดเจนจนไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จนนำไปสู่การออกหมายจับ ให้ข้อสังเกตคดีนี้ผ่านมา 2 ปี คดียังอยู่ในชั้น ป.ป.ช.

พ.ต.อ.ภาคภูมิ บิ๊กโจ๊ก

โดยยังอยู่ในชั้นตรวจสอบหรือเทียบเคียงกับการสอบสวนของตำรวจ ไทม์ไลน์นานมาก กระบวนการสอบสวนนานมาก ข้อเท็จจริงคือ ผู้กล่าวหานำหลักฐานมามอบให้ตำรวจโดยสมัครใจ และ ตร.ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนมาสืบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ

โดยมีทั้งประจักษ์พยาน พยานบุคคล เอกสาร และอิเล็กทรอนิกส์ จึงนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ และการให้สินบนทองคำแท่งจึงไปเกี่ยวกันกับ กรรมการ ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ควรเข้าไปสู่กระบวนการศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำพยานหลักฐานเข้ามาให้ตำรวจ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำพยานหลักฐานเข้ามาให้ตำรวจและได้ยืนยันว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในการไปรับทองคำและนำไปมอบตามสถานที่ที่ได้รับการนัดหมาย คือ สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบและพบที่มาของทองคำและพบว่า ผู้ซื้ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหามาเป็นผู้เสนอให้สินบน

ซึ่งผู้ซื้อทองไม่ได้รู้จักกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นอกจากนี้ ยังมีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมอีกหลายปากที่ยืนยันแล้วได้อย่างแน่นอนว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้มอบหมาย มีการไปหาทองมาโดยบุคคลที่เป็นนอมินี ซึ่งเป็นแผนประทุษกรรมเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงตัวเอง ซึ่งร้านค้ายืนยันซึ่งจำได้และยืนยันบุคคลที่มาซื้อได้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวด้วยว่า กรณีการดำเนินคดีที่ล่าช้า ได้สอบสวนไปยัง ป.ป.ช.ไปแล้ว และยังไม่ได้รับแจ้ง และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และไม่มีหลักฐานชี้ว่าเป็นผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้มีการนำคลิปเสียงและวิดีโอ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำทองคำน้ำหนัก 246 บาท ไปส่งมอบให้ทาง ป.ป.ช. เพื่อติดสินบน 1 ในกรรมการ ป.ป.ช.ที่ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยระบุผู้ที่ใช้ให้นำไปมอบคือ บิ๊กโจ๊ก แลกกับการวิ่งเต้นคดี

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าว ปรากฏตั้งแต่ขั้นตอนการนำทองใส่กระเป๋า, ทะเบียนรถยนต์ประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช. ภาพคนขับรถ และ รปภ.ประจำตัว จนถึงคลิปเสียงขณะที่ผู้เกี่ยวข้องมีการโทรศัพท์สั่งการ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งบันทึกไว้หลายคลิป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน