นายกฯ ซัดผู้รับเหมาประมาท ทำเครนถล่มพระราม 2 ชี้เป็นภัยต่อสาธารณชน รัฐมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญา ไม่สนจะร้องศาลปกครอง เป็นเรื่องดียิ่งได้ตรวจสอบข้อผิดพลาด

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 16 ม.ค.69 ที่ถนนพระราม2 (ขาออก) ช่วง กม. 30+300-400 ช่องทางหลัก ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหมู่ 1จ.สมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก พื้นที่จ.สมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า ตนมาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างาน และมาหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องทางเทคนิคทางเจ้าของงานคือกรมทางหลวง กำลังจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ

นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุเบื้องต้นอย่างที่ตนบอกไป ขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้ เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆ ไปตรวจสอบ แต่แน่นอนว่าสาเหตุมาจากตัวทรัคเครน หรือเครนลอนเชอร์ เพราะล้มและทรุดตัวตรงนั้น ไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต อันนั้นไม่ใช่

เมื่อถามว่า หลังจากนี้หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว จะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่า จะสามารถสัญจรได้ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรง เรื่องที่สีคิ้วก็เกิดขึ้นจากเครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้ว segment คอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีต ไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกัน เกิดขึ้นจากตัวโครงสร้างรองรับ (supporting Structure)

ในส่วนของทางผู้รับเหมากรณีเครนถล่มสีคิ้ว ขอโอกาสรัฐบาลสานต่อให้เสร็จ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาลเห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญา

แต่ตรงนี้ มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณะประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครอง ในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้

ในส่วนกรณีแบล็คลิสต์ นายอนุทิน บอกว่า เรื่องแบล็คลิสต์จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญาหรือยกเลิกสัญญาหรือกระทำใดๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญา ทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไป ก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า มีการถอดบทเรียนหลายครั้ง กับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน เขาก็มีคุณสมบัติครบ

แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมานั่งดู ว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง

นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่า เขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่า นี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้น

มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญา ซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณี ก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้

“แต่รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการมันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ ทางรัฐมนตรีจึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจน ว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็เป็นโครงการต่อเนื่องรถไฟความเร็วสูงไทยจีนอำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมาก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่า พอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครอง สามารถทำได้หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ตามสบาย” สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้ เพราะจะให้อยู่เฉยๆ ก็คงไม่ใช่ ตนมองว่า ยิ่งดี ยิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อยๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า สรุปแล้วสาเหตุหลักมาจาก เครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ

“เมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า มีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกัน และเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้ว จึงถามไปว่า แล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีเวลาดึง

ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ ทางหลวงอนุญาตให้ทำงาน แค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้ว คุณจะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจสำหรับผมเรียกว่า ทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึง ดึงไม่ได้ ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังบอกอีกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อน โดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสบุ๊ค ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน