ปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์ เครนถล่มทับรถไฟ ญาติรับร่างผู้เสียชีวิตครบแล้ว 30 ราย เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ คาด 7 วัน เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ม.ค.2569 ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พล.ต.ต.หญิง พิฐขญาณ์ จิรัญญ์โรจน์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ,
นพ.ชยพล สุขโต รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และ นายกฤษฎิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา

ปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์ เครนถล่มทับรถไฟ ญาติรับร่างผู้เสียชีวิตครบแล้ว 30 ราย เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
ร่วมกันแถลงปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุการณ์เครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หลังดำเนินการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ และประสานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจนมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
นายอนุพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินงานด้านพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต สามารถยืนยันอัตลักษณ์ และส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 30 รายให้กับทางญาติครบถ้วนแล้ว โดยทางจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด
โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเร่งช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ การเยียวยาชดเชย และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ
สำหรับตัวเลขเงินเยียวยาจากอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้เสียชีวิตจะได้รับเบื้องต้นรายละ 1,773,000 บาท แยกเป็นแหล่งที่มาของเงินช่วยเหลือ ดังนี้
- เงินสงเคราะห์พระราชทาน 20,000 บาท
- การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
- กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกฯ 50,000 บาท
- กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท
- พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย 200,000 บาท
- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 10,000 บาท
- สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3,000 บาท
- บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาท
ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับเงินช่วยในเบื้องต้นรายละ 50,000 บาท
ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการซ่อมแซมรางรถไฟในพื้นที่เกิดเหตุว่า ขณะนี้ได้ประสานงานกับทางบริษัทผู้รับเหมาในการรื้อโครงการสร้างเครนที่พังถล่มลงมาออกจากพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 7 วันในการรื้อย้าย
และเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จะเข้าซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมง จากนั้นก็จะสามารถเปิดทางเดินรถไฟได้ตามปกติ
ทั้งนี้ การปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ ถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจหลักด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามการดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมถึงการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง