ตร.เผยสาเหตุ ฟางเส้นสุดท้าย ศึกพ่อค้าร้านชำ เปิดร้านขายแข่งกัน ยิงกันเสียชีวิต เตรียมคุมตัวผู้ก่อเหตุฝากขังวันพรุ่งนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ม.ค.2569 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพ่อค้าร้านขายของชำ 2 ร้าน ทะเลาะกัน แลัยิงกันเสียชีวิต 1 ศพ ภายในซอยรามคำแหง 58/3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุไปแล้ว 3 ปาก ได้แก่ แฟนของผู้ก่อเหตุ แฟนของผู้เสียชีวิต และพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใกล้ชิดกับเหตุการณ์มากที่สุด

สำหรับมูลเหตุจูงใจที่นำสู่การก่อเหตุในครั้งนี้ ร้านขายของชำของผู้ก่อเหตุซึ่งเปิดมากกว่า 20 ปี กับร้านขายของชำของผู้เสียชีวิตซึ่งเปิดเพียงแค่ 6 เดือน โดยทั้ง 2 ร้านอยู่ติดกันและขายของในลักษณะเดียวกัน โดยที่ผ่านมา ทั้ง 2 ร้าน มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาโดยตลอด จากหลายปัญหาสะสม แต่เป็นเพียงการกระทบกระทั่งกันทางวาจา

เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ร้าน เกิดการกระทบกระทั่งกันในเรื่องของจอดรถที่ล้ำหน้าร้านกัน ซึ่งการทะเลาะกันครั้งนั้นไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายกันแต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีการแจ้งความ จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ ผู้เสียชีวิตได้เดินผ่านหน้าร้านผู้ก่อเหตุประมาณ 3 รอบ ก่อนที่ทั้งคู่ต่างกระทบกระทั่งกันอีกครั้ง แล้วหลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต 2 นัดจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ

ตร.เผยสาเหตุ ฟางเส้นสุดท้าย ศึกพ่อค้าร้านชำ เปิดร้านขายแข่งกัน ยิงกันเสียชีวิต

ส่วนประเด็นฟางเส้นสุดท้ายที่นำมาสู่การก่อเหตุยิงกันนั้น ขอสงวนรายละเอียดไว้ในสำนวน แต่พอเปิดเผยได้ว่า เป็นการที่ต่างฝ่ายต่างพูดจาท้าทายกันและกัน จนกลายเป็นชนวนเหตุยิงผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อดูว่าสอดคล้องกับคำให้การของผู้ก่อเหตุหรือไม่ ควบคู่กับผลทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อรวบรวมประกอบสำนวนคดีต่อไป

สำหรับประเด็นเรื่องอาวุธปืน พบว่าเป็นปืนที่ตกทอดมรดกจากพ่อผู้ก่อเหตุมาอีกทีซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ปกติผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนเพื่อป้องกันทรัพย์สินตนเอง เพราะเปิดร้าน 24 ชั่วโมง โดยระยะการยิงผู้เสียชีวิตนั้น พบว่าเป็นการยิงในระยะไม่ไกล ไม่เกิน 1-2 เมตร ในร่างผู้เสียชีวิตพบกระสุนปืน 2 นัด

ส่วนในลูกโม่กระสุนปืนมีจำนวนทั้งสิ้น 4 นัด ยิงไปแล้ว 3 นัด เหลืออีก 1 นัด แต่ประเด็นที่ว่าผู้ก่อเหตุพบอาวุธปืนติดตัวหรือเอาปืนเก็บไว้ในร้าน พอถึงเวลาก่อเหตุก็หยิบปืนจากในร้านมาก่อเหตุหรือไม่นั้น เรื่องนี้ขอสงวนไว้ในรายละเอียดสำนวนคดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี

สำหรับข้อหาที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ครอบครองอาวุธปืนของผู้อื่น, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการที่เตรียมจะสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมและจะนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) โดยทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ซึ่งได้ดำเนินการแจ้งให้ทางญาติผู้ก่อเหตุรับทราบแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน