“พล.ต.ท.นพศิลป์” ประสาน ‘ผบก.รน.’ นำตำรวจน้ำ งมพบปืนปลอม คาดของโจรชิงทอง หนัก 198 บาทในห้าง ชี้ลักษณะใกล้เคียงปี 2562 ยังจับตัวไม่ได้
วันที่ 3 ก.พ. 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. และ พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.9 พร้อมทีมชุดสืบสวน นำเจ้าหน้าที่กองกำกับ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
พร้อมอุปกรณ์เครื่องสแกนโลหะและชุดประดาน้ำ ลงพื้นที่บริเวณคลอง ใต้สะพานพัฒนาการ เขตประเวศ กทม. เพื่องมหาวัตถุพยานและอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุข่มขู่พนักงาน ก่อนชิงทรัพย์ทองคำ หนัก 198 บาท ที่ร้านทองภายในห้าง เเขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ (30 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยหลังก่อเหตุนำอาวุธปืนดังกล่าวไปทิ้งบริเวณใกล้เคียงคลองแห่งนี้
พล.ต.ต.เศรษฐสิริ ผบก.รน. กล่าวว่า ได้รับการประสานจากตำรวจนครบาลให้นำกำลังมาสนับสนุนในการค้นหาพยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นอาวุธปืนที่คนร้ายนำมาทิ้งในคลอง เบื้องต้นได้ส่งนักประดาน้ำลงงมหา โดยใช้เครื่องสแกนวัตถุโลหะใต้น้ำเพื่อช่วยในการค้นหาด้วย โดยมั่นใจว่าถ้าคนร้ายนำปืนมาทิ้งในคลองบริเวณนี้จริง จะสามารถหาปืนของกลางเจออย่างแน่นอน
ด้าน พ.ต.อ. ภพธร รอง ผบก.น.5 เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนเชื่อได้ว่าคนร้ายนำปืนมาทิ้งในคลอง ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ไปทิ้งคลองอีกจุดหนึ่ง ก่อนจะว่ายน้ำลอยคอหลบหนีไป ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ ว่าคนร้ายว่ายน้ำไปฝั่งบริเวณใด
ส่วนข้อสงสัยจากเหตุคนร้ายแต่งกายคล้ายหญิง ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในย่านพระราม4 เมื่อปี 2562 แต่ยังไม่ถูกจับกุม ว่าอาจเป็นคนร้ายรายเดียวที่ก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่นั้น มีการนำแผนประทุษกรรมมาเปรียบเทียบว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันหรือไม่ ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบอยู่
ต่อมาเวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจนักประดาน้ำ กก.2 บก.รน. ระดมปูพรมค้นหา โดยใช้เครื่องสแกนวัตถุใต้น้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนสามารถงมเจออาวุธปืนของกลางของผู้ก่อเหตุได้บริเวณกลางคลองพัฒนาการ ห่างจากจุดโยนทิ้งใต้สะพานประมาณ 10 เมตรซึ่งสอดคล้องกับภาพกล้องวงจรปิดที่เห็นได้ชัดว่าคนร้ายมีการโยนของที่มีน้ำหนักไปบริเวณกลางคลอง
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเป็นปืนอัดลมหรือปืนปลอม ที่มีลักษณะเป็นรูปปืน มีแมกกาซีน แต่ไม่มีลูกกระสุน ปืนประเภทนี้ใช้สำหรับงานวัดยี่ห้อรูเกอร์ สีดำ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบเพิ่มเติม
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า โดยปืนของกลางที่พบ มีลักษณะสอดคล้องกับปืนของคนร้ายที่ปรากฎวางอยู่บนเคาน์เตอร์ร้านทองในวันก่อเหตุ อีกทั้งสอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่คนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาโยนทิ้ง ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะส่งอาวุธปืนไปให้กองพิสูจน์หลักฐานพิสูจน์อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบในรายละเอียด
ในส่วนของการติดตามตัวคนร้าย พล.ต.ท.นพศิลป์ ยืนยันว่า ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด และจะทำงานให้เต็มที่ เนื่องจากคนร้ายมีความเป็นมืออาชีพ ลักษณะใกล้เคียงกับการก่อเหตุเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ด้วยการอำพรางรถจักรยานยนต์ และรูปร่างหน้าตาที่อำพรางตัว โดยการใส่วิกปลอมเป็นคนบ้าและเร่ร่อน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่สามารถได้ตัวมาดำเนินคดี รวมทั้งรูปพรรณสันฐานคล้ายกัน และการหลบหนีที่ใช้เส้นทางหลบกล้องวงจรปิด ชำนาญเส้นทาง ซึ่งคล้ายกับคดีเก่าที่มีการติดตามตัวคนร้ายยาก
ส่วนคนร้ายจะหายไปในกลีบเมฆหรือไม่นั้น ตำรวจจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในทุกมิติ







