กกต.แถลงยอมรับ ในบาร์โค้ด สแกนได้ถึงบัตรต้นขั้ว ตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเผยแพร่ ย้ำการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรธน.มาตรา 85 ไม่มีใครไปแตะต้องได้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.พ.2569 ที่ศูนย์การเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการกกต. นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าว “ภาพรวมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ” เกี่ยวกับประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ก่อนการแถลง มีการแจ้งว่า ผลคะแนนเลือกตั้งแบบเป็นทางการ ส.ส. 5/18 รายหน่วย นอกเขต นอกราชอาณาจักร ในเขตเลือกตั้ง ได้รายงานลงเว็บไซต์ของสำนักงานกกต.แล้ว จำนวน 76 จังหวัด ส่วนผลของ จ.สุพรรณบุรี กำลังดำเนินการ ส่วนผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ต้องการดูผลคะแนนดูได้ที่หน้าเว็บไซต์ของกกต.ทุกจังหวัด
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวกรณีบัตรบัญชีรายชื่อปรากฏบาร์โค้ดเกิดขึ้น สงสัยว่าทำให้คนรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ต้องเข้าใจก่อนว่าก่อนใช้สิทธิ์ ต้องลงรายมือชื่อก่อน และการลงคะแนน เราจะรู้คนเดียวว่าเราจะลงคะแนนให้ใคร เพราะเป็นคูหา
ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรที่ลงคะแนนแล้วให้กับผู้อื่น และห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมือปอุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ทั้งสองส่วน มีความผิดทางอาญา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เชื่อว่าคงไม่มีใครนำบัตรมาเปิดเผยแน่นอน ส่วนการหย่อนบัตร ผู้มีสิทธิ์ต้องหย่อนบัตรเอง
เมื่อปิดการลงคะแนน กระบวนการนับคะแนนจะเกิดขึ้น กปน.มีหน้าที่หยิบบัตรมาขานโดยไม่รู้ว่าเป็นบัตรของใคร จากนั้นเมื่อนับแคะนนเสร็จจะนำบัตรบรรจุในถุงใส บัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่เลือกผู้ใด มีถุงใหญ่ใส่อีกชั้นและมีเคเบิ้ลไทด์ผูกไว้ ซึ่งถุงนี้จะไม่ใครเปิดได้ ก่อนนำถุงที่ผ่านการนับคะแนนแล้วใส่ในหีบบัตร ใช้เทปกาวซีลแล้วคล้องสายรัด
หีบบัตรของแต่ละหน่วยจะส่งไปศูนย์รวมคะแนนแต่ละเขตก่อนเพื่อทำการยุบรวมหีบบัตร อนุประจำเขตจะนำหีบบัตรของทุกหน่วยมาแยกประเภทแล้วยุบรวมด้วยการตัดสายรัด เอาถุงใส่บัตรโดยไม่มีการเปิดถุงใดๆทั้งสิ้น จึงไม่มีรู้ว่าถุงมาจากหน่วยใด
ส่วนต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อแยกไปเก็บรักษาอีกทางหนึ่ง บัญรายชื่อส่งนายอำเภอเพื่อจัดทำประกาศไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ จะนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัย 2 ปีจนกว่าจะพ้นระยะเวลาร้องเรียน ร้องคัดค้านถึงจะนำบัตรออกมาทำลายได้
กกต.จะเปิดได้แค่ต้องนับคะแนนใหม่ เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ไม่มีใครไปแตะต้องได้
ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อไปสำนักทะเบียน จึงอยากให้เข้าใจว่ากระบวนการมีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด
ทุกขั้นตอนที่ใช้สิทธิลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ
ด้านนายวรพงษ์ กล่าวว่า เป็นประเด็นฮอตเมื่อคืน ข้อสงสัยว่าทำไมในบัตรเลือกตั้งต้องมีบาร์โค้ดในนั้น เรียนชี้แจงแบบนี้ ว่าที่มาในข้อกฎหมายเรื่องนี้ถูกกำหนดในระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 ให้อำนาจ กกต.ในการกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใด เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง นี่คือฐานที่มาว่าทำไมต้องมีการกำหนดรหัส หรืออะไรต่างๆ ในบัตรเลือกตั้ง
ต้องบอกว่าในส่วนบาร์โค้ดที่กำหนดไว้ นอกจากประเด็นป้องกันการปลอมแปลง บาร์โค้ดต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง เรายังมีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงหลายเรื่อง เป็นความลับเปิดเผยไม่ได้
การใช้บาร์โค้ด เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องมาตรการป้องกันการปลอมแปลง นอกจากป้องกันมาตรการปลอมแปลงแล้ว ยังเป็นเครื่องมือใช้ควบคุม และบริหารจัดการโดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้งต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เช่น กระบวนการจัดพิมพ์บาร์โค้ดต่างๆ เป็นข้อมูลสำหรับการ Tracking จำนวนจัดพิมพ์ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า มีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่ากำหนดหรือไม่ ขั้นตอนต่อมา การเข้าเล่ม การแพคกิ้งต่าง ๆ มีการใช้บาร์โค้ดต่าง ๆ เหล่านี้มาสำหรับใช้ตรวจสอบ ก่อนเข้าเล่ม บัตรเลือกตั้ง 1 เล่มมี 20 ฉบับ เราใช้วิธีการ Tracking จากบาร์โค้ดต่างๆ เหล่านี้ว่า ปกบัตรนี้ มี 20 ฉบับ มีเลขอะไร ครบถ้วนถูกต้อง เวลาใช้ในหน่วยเลือกตั้งจะได้ไม่มีปัญหากรณีบัตรเขย่ง
นายวรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากกระบวนการผลิตแล้ว กระบวนการแจกจ่าย ผู้มีหน้าที่ หรือผู้รับผิดชอบต่างๆ ในเรื่อง กกต.เขต หรือ กปน.ต่าง ๆ เมื่อเราแจกจ่ายไปแล้ว อาจมีประเด็นว่าบัตรเลือกตั้งเล็ดรอดไปสู่ภายนอก เราสามารถตรวจสอบได้ว่า บัตรที่เล็ดรอดออกไป ถูกจัดสรรอยู่ในความรับผิดชอบของใคร ผู้ใดต้องสงสัยกระทำความผิด
เรื่องการตรวจสอบป้องกันการทุจริตต่างๆ สามารถนำมาตรวจสอบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำบัตรปลอมมาใช้ การนำบัตรมาใช้ข้ามเขต ข้ามหน่วยต่างๆ เราสามารถใช้บาร์โค้ดตัวนี้ตรวจสอบได้เช่นกัน
ยกตัวอย่าง กรณีมีภาพบัตรเลือกตั้งติดต้นขั้ว แล้วมีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าในบาร์โค้ดนี้ สแกนไปสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่า เราสามารถ Tracking ได้ว่า ใครเผยแพร่ เพราะบัตรที่ถูกเผยแพร่ เป็นบัตรที่อยู่ในเล่ม ยังไม่ถูกฉีก แสดงว่าต้องอยู่ในมือผู้รับผิดชอบการทำหน้าที่แน่นอน เป็นขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เรื่องการใช้บาร์โค้ด
จากที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้ใช้ตรวจสอบกลับไปอย่างที่เป็นข่าวเลย เราใช้ตรวจสอบควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเท่านั้น ส่วนข้อสงสัยว่า การนำบัตรไปใช้ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับหรือไม่
จะเห็นว่าแต่ละขั้นตอน แต่ละกระบวนการ ไม่มีโอกาสเลยที่คนอื่นจะรู้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร สส.หรือพรรคการเมืองใด แม้มีภาพการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีการติดบาร์โค้ด แล้วเปิดเผยเลขอะไรต่าง ๆ นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน
ประเด็นต่อไปกระบวนการสุดท้าย เรื่องการจัดเก็บ การรักษาความปลอดภัยของหีบบัตร ต้นขั้วบัตรต่าง ๆ มีกระบวนการจัดเก็บอย่างรัดกุม แยกเก็บกันอย่างเป็นสัดส่วน มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จากที่กล่าวมาทั้งหมด ตนเชื่อมั่นว่า บัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนไปแล้วเมื่อ 8 ก.พ. ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้กับผู้สมัคร และพรรคการเมืองใด
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเสริมว่า ไม่ต้องคิดใครจากคนอื่น ให้คิดเองตอนไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่มีใครรู้เลย แม้แต่ กกต.ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้ กกต.สั่งเปิดได้ในกรณีเดียวคือ สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ กระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรการว่า การเลือกตั้งของท่านที่เกิดขึ้นคือ 1 ก.พ. และ 8 ก.พ. เป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเปิดเผย ใบขีดคะแนน สส.แบบแบ่งเขต ส.ส. 5/11 และใบขีดคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ หรือไม่ เพื่อจะได้นำมาตรวจสอบว่ามีการรวมคะแนนถูกต้องตรงกับใบรายงานผลคะแนน ส.ส.5/18 หรือไม่
ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ใบขีดคะแนนเป็นกระบวนการรปภ. เพื่อป้องกันการแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงมีกระบวนการในการเก็บไว้ในหีบ ดังนั้นแล้วตัวที่จะตรวจสอบได้ดีคือใบส.ส.5/18 ที่ปิดไว้หน้าหน่วยฉะนั้นถ้าท่านทำไม่ถูกไม่ต้องมันจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทันที ซึ่งเราไม่สามารถนำเอกสารนี้ให้ดูได้แต่ให้ยึดใบส.ส.5/18
เมื่อถามว่าจะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้เมื่อใด ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปตามมาตรา 127 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ระบุว่าเมื่อกกต. ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่ามีเหตุว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และมีไม่น้อยกว่า 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด แต่กรอบที่กฎหมายเขียนไว้คือต้องไม่ช้ากว่า 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งถ้าประกาศผลก็จะประกาศได้ที่ 483 คน
เมื่อถามถึงเรื่องร้องเรียนจำนวน 113 เรื่องจะสามารถสรุปผลได้อย่างไร นายครรชิต กล่าวว่า เรื่องการสืบสวนไต่สวนเรามีเวลา 90 วัน ซึ่งก็จะสอดคล้องกับการประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งเขตไหนไม่มีเรื่องร้องเรียนก็สามารถประกาศผลได้ แต่ถ้าเขตไหนมีเรื่องร้องเรียนก็จะรอไว้ก่อน จนกว่าจะถึง 60 วัน ถ้าสำนวนเราไม่เสร็จก็ประกาศไปก่อนแต่ถ้าสำนวนเราเสร็จก็ต้องพิจารณาก่อน
เมื่อถามอีกว่าช่วงนี้พรรคการเมืองก็เริ่มฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล พรรคเองก็อยากทราบว่าจะประกาศผลได้เท่าไร ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า นอกจากจำนวน 95% ก็ยังต้องดูว่าเขตไหนมีเรื่องร้องเรียน แต่อย่างที่ทราบก็ไม่เกิน 60 วัน และยังต้องดูเรื่องร้องเรียน บางทีอาจจะต้องมีการให้เลือกตั้งใหม่
เมื่อถามว่าที่มีการลงคะแนนใหม่ถ้าผู้มีสิทธิ์ไม่ไปใช้สิทธิ์จะถือว่าถูกจำกัดสิทธิ์หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ไม่ถือว่าถูกจำกัดสิทธิ์เพราะได้ไปใช้สิทธิ์ในครั้งแรกแล้ว