กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ 7 วัน 27 ก.พ.-4 มี.ค.นี้ เตรียมรับมือ พายุฤดูร้อน ฝนถล่มหนัก ลมกระโชกแรง กทม.เสี่ยงลูกเห็บ ก่อนเจอมวลอากาศเย็น

วันที่ 27 ก.พ.2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-4 มี.ค.2569 ดังนี้

คาดหมายอากาศทั่วไป 27 ก.พ.–4 มี.ค.69

  • วันที่ 28 ก.พ.– มี.ค.69

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อน และลมตะวันตกพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว

  • ช่วงวันที่ 3–5 มี.ค. 69

บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑลและภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน

  • สำหรับภาคใต้ ช่วงวันที่ 28 ก.พ.–3 มี.ค.69

จะมีฝนลดลงเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ช่วงวันที่ 4–5 มี.ค.69

จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง
ช่วงวันที่ 3–5 มี.ค.69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค 27 กุมภาพันธ์–4 มีนาคม พ.ศ. 2569

ภาคเหนือ

วันที่ 28 ก.พ.–4 มี.ค.69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 18–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ส่วนวันที่ 5 มี.ค.69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 16–24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ช่วงวันที่ 28 ก.พ.–2 มี.ค.69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่วนช่วงวันที่ 3–5 มี.ค.69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

ช่วงวันที่ 28 ก.พ.–3 มี.ค.69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ส่วนช่วงวันที่ 4–5 มี.ค.69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.–3 มี.ค.69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24–28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ส่วนช่วงวันที่ 4-5 มี.ค.69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20–40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 23–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตรและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ช่วงวันที่ 28 ก.พ.–3 มี.ค.69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–20 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15–30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ส่วนช่วงวันที่ 4–5 มี.ค.69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30–40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15–30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15–35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30–36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ช่วงวันที่ 28–3 มี.ค.69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–30 ของพื้นที่

ส่วนช่วงวันที่ 4–5 มี.ค.69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30–40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29–35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15–30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

ช่วงวันที่ 28 ก.พ.–3 มี.ค.69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25–28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10–15 กม./ชม.

ส่วนช่วงวันที่ 4–5 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20–40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–25 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมวิทยา พายุฤดูร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ 7 วัน เตรียมรับมือ พายุฤดูร้อน ฝนถล่มหนัก กทม.เสี่ยงลูกเห็บ 3-6 มี.ค.2569

 

พยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงกับมีอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่บริเวณภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว ในขณะที่มีความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีโอกาสเกิดฝนตกในบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
บริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 17-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัด เลย สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี
ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคาม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ข่าว กรมอุตุนิยมวิทยา ที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน