สีหศักดิ์ เผย อพยพ 20 คนไทย ออกจากอิหร่าน ผ่านชายแดนตุรกี จ่อคุยรัฐบาลอิหร่าน ให้หลักประกันความปลอดภัย-อำนวยความสะดวก เชื่อสถานการณ์ยืดเยื้อ

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 2 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ประเด็นหลักที่มีการประชุมในวันนี้ คือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะนี้ที่มีการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่าน

ซึ่งท่าทีของประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงในภูมิภาคของโลก เราอยากให้มีการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาทางการทูต บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ

นอกจากนี้เรามีความห่วงใยในความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะอิหร่าน เพราะมีคนไทยอยู่สองร้อยกว่าคน ซึ่งสถานทูตไทยในกรุงเตหะรานได้มีการติดต่อคนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยให้ใช้ความระมัดระวังและให้อยู่ในที่ปลอดภัย

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือคนไทยเดินทางกลับประเทศ ขณะนี้น่านฟ้าบริเวณดังกล่าวปิดอยู่ ดังนั้น การอพยพคนไทยออกจากอิหร่านต้องทำผ่านชายแดนตุรกี และเดินทางกลับโดยเครื่องบิน ซึ่งคนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับขณะนี้ 20 คน

โดยจะอำนวยความสะดวกด้วยการเดินทางทางบก โดยใช้รถยนต์ข้ามผ่านชายแดนตุรกี ซึ่งจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ หากมีจำนวนไม่เยอะก็บริหารจัดการโดยใช้เครื่องบินพาณิชย์ นอกจากการเดินทางทางบกแล้ว เราอาจจะต้องมีการส่งเครื่องบินไปรับ ซึ่งได้ประสานงานกับกองทัพอากาศแล้ว ฉะนั้น ในทุกฉากทัศน์เรามีความพร้อม

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการอพยพคนไทยในอิสราเอล คิดว่าขณะนี้ทางอิสราเอลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาได้ และยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ และยังไม่มีคนไทยที่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับแรงงานไทย และดูแลความปลอดภัยอย่างดี

ทั้งนี้ ตนมีความห่วงใยสถานการณ์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะที่นครดูไบที่มีคนไทยอยู่เยอะ ซึ่งมีคนไทยที่แสดงความจำนงอยากจะกลับพันกว่าคน เราคิดว่าจะประสานงานได้ เพราะสนามบินที่ เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน ยังเปิดอยู่

ดังนั้น คนไทยที่อยากจะกลับ เมืองดูไบและอาบูดาบี เราก็จะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง รวมถึงดูแลกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ทุกอย่างมีความสะดวก

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเทศที่ได้รับการโจมตีจากอิหร่าน ทั้งบาห์เรน จาการ์ตา คูเวต ได้ให้สถานทูตไทยในประเทศที่ได้รับผลกระทบและมีคนไทยอาศัยอาศัยอยู่ ทำการติดต่อว่าอยากจะกลับไทยหรือไม่ โดยจะประสานให้เขาเดินทางกลับผ่านเมืองที่ใกล้ที่สุดในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะยังมีสายการบินพาณิชย์บริการ

ส่วนกรณีญาติของคนไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น กระทรวงการต่างประเทศ มีศูนย์ที่คอยตอบข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่คอยประสานงานกับสถานทูต เพื่อให้ญาติเกิดความสบายใจและมั่นใจ

เมื่อถามว่า การอพยพคนไทยจำนวน 20 คนจากอิหร่าน จะดำเนินการเร็วที่สุดได้เมื่อใด นายสีหศัหดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เกิดสงคราม 12 วัน การเดินทางด้วยรถยนต์ 1,000 กว่ากิโลเมตร ค่อนข้างลำบากและมีด่านต่างๆ ซึ่งเราจะดำเนินการทันที แต่ขอให้ประสานกับทางอิหร่านเพื่อให้เขาอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้เกิดความราบรื่น

เมื่อถามว่า จะรับรองความปลอดภัยในการเดินทางจากอิหร่านไปยังตุรกีอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราจะคุยกับฝ่ายอิหร่าน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นมนุษยธรรม และต้องขอให้เขาให้หลักประกันในเรื่องความปลอดภัย

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราประเมินว่าคงจะยืดเยื้อ เพราะเป้าหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล คงไม่ใช่เรื่องการขจัดภัยนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียว ตรงนี้อาจจะทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ และอิหร่านมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติการโต้ตอบไปยังหลายประเทศที่มีฐานทัพอเมริกัน

รวมทั้งฝ่ายไทยก็ต้องเตรียมความพร้อม ไม่ใช่แค่การดูแลและอพยพคนไทย เราต้องเตรียมความพร้อมในประเทศด้วย เน้นย้ำว่าขอให้ประชาชนคนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว แม้จะมีความจำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อถามว่า มีความกังวลเกี่ยวกับสถานทูตไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการติดต่อกันได้ แม้จะมีสัญญาณขาดการติดต่อเป็นช่วงๆ แต่เราก็ทำอย่างสม่ำเสมอ แต่ที่เป็นห่วง คือ ประชาชนคนไทยต้องเตรียมเสบียงน้ำและอาหารแห้งทั้งหลาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน