ด่วน กองทุนน้ำมันฯ อุ้มดีเซลลิตรละ 18.31 บาท ติดลบ 12,605 ล้านบาท จับตาประกาศปรับราคาวันนี้ หลังพบว่าราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่าวันนี้ (16 มี.ค.2569) ต้องจับตาผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) รวมถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการปรับราคาขายปลีกดีเซลในประเทศขึ้นเท่าไหร่ ตามที่มีการส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ หลังครบกำหนดตรึงไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรแล้ว
โดยปัจจุบัน กบน. ได้ใช้งบกองทุนอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลสูงสุด 18.31 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งหากไม่มีการอุดหนุนเลยราคาดีเซลหน้าปั๊มจะขึ้นไปอยู่ที่ 48.25 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพประชาชน จากผลพวงของสงครามภูมิภาคตะวันออกกลาง
รายงานข่าว ย้ำว่าการอุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลเป็นมาตรการระยะสั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา พร้อมยึดหลักสะท้อนต้นทุนจริง เพื่อไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการ สกนช. ได้ลงนามประกาศฉบับที่ 21 พ.ศ.2569 เรื่องการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน เงินชดเชย เงินคืนจากกองทุน และเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับเหมาะสม
ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 รวมทั้งได้ยกเลิกประกาศฉบับที่ 20 ก่อนหน้า และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มจนเกินระดับที่เหมาะสม หากปล่อยให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับโครงสร้างอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยใหม่ พบว่า กลุ่มน้ำมันดีเซลได้รับการอุดหนุนสูงสุด โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือ B7 และ B20 อุดหนุนในอัตรา 18.31 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลหมุนเร็ว พรีเมียมต้องส่งเงินเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร
ส่วนกลุ่มแก๊สโซฮอล์ E20 อุดหนุนอยู่ที่ 9.85 บาทต่อลิตร รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 อุดหนุน 8.37 บาทต่อลิตร ส่วน E85 อุดหนุน 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่ กลุ่มน้ำมันเบนซิน กำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด ส่วนดีเซลหมุนช้าส่งเงินเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศและการนำเข้า รวมถึงกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนในกรณีส่งออก เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
สำหรับสถานะกองทุนล่าสุด ณ วันที่ 15 มี.ค.2569 พบว่า บัญชีกองทุนน้ำมันติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้ม ติดลบ 37,621 ล้านบาท