อธิบดีดีเอสไอ รับ คดีธัมมชโย ขาดอายุความ หากปรากฏตัว ก็ไม่สามารถควบคุมตัวได้ ส่วนมาตรการแพ่งยึดทรัพย์ได้ตลอด ไม่หมดอายุความ ยึดทรัพย์คืนสหกรณ์คลองจั่นแล้ว 1,458 ล้าน

วันที่ 27 มี.ค.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีที่ดีเอสไอ ยุติดำเนินคดี ฟอกเงิน-รับของโจร “ธัมมชโย” เหตุหมดอายุความ กรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองบริหารคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมและรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด

สำหรับการสั่งยุติดำเนินคดีจะเร่งตรวจสอบตามเอกสารหรือหนังสือที่ได้ส่งไปยังพนักงานอัยการและหนังสือตอบกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อนำมาพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสรุปผลอย่างชัดเจน ส่วนจำนวนคดีพระธัมมชโยในดีเอสไอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพราะมีคดีมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดีที่เกี่ยวกับการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

นอกจากนี้ ยังมีคดีฟอกเงินทางแพ่ง ซึ่งสำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมเป็น 3 ส่วนสำคัญ เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะจัดทำเอกสารข่าวเพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไป

ด้านพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า คดีอาญาที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูรณ์ สุทธิผล) หรือ ธัมมชโย มีเพียงคดีฟอกเงินและรับของโจร ซึ่งมีอายุความ 15 ปี โดยหลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับ ตลอดอายุความตามหมายจับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสะกดรอยได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด แต่ไม่พบตัวธัมมชโย เมื่อครบอายุความตามหมายจับ อัยการจึงต้องยื่นขอยุติดำเนินคดี

ในส่วนของมาตรการทางแพ่งเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์ ยังสามารถดำเนินการได้ตลอด ที่ผ่านมาดีเอสไอสามารถติดตามยึดทรัพย์คืนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแล้วจำนวน 1,458 ล้านบาท และหากปรากฏทรัพย์สินเพิ่มเติมก็สามารถยึดทรัพย์เพิ่มได้อีก โดยไม่มีอายุความ

ทั้งนี้ ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันอื่นๆ ที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ดีเอสไอก็ได้ประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยแล้ว เมื่อคดีหมดอายุความ หากธัมมชโยปรากฏตัวก็ไม่สามารถควบคุมตัว เพื่อดำเนินการทางอาญาได้แล้ว

แหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทาง ปปง. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีแพ่ง จำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท และศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเพื่อนำเงินมาคืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำไปเฉลี่ยคืนสมาชิกหรือผู้เสียหายต่อไป

แต่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น สถานปฎิบัติธรรมในต่างจังหวัด รวมถึงอาคารลูกโลก ภายในวัดพระธรรมกาย ที่อยู่ระหว่างการขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งยุติการดำเนินคดีนั้นไม่มีผลต่อคดีแพ่ง เพราะทุกอย่างสิ้นสุดกระบวนการแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน