พี่เศร้า ขอความเป็นธรรม วิศวกรหนุ่ม ประสบอุบัติเสียชีวิตขณะไปทำงาน ช็อกซ้ำ รถที่บริษัทจ้าง ไม่มีพ.ร.บ.-ไม่มีประกันภัย คนขับ รับ หลับใน บริษัทเยียวยา1แสน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เรียกร้องความเป็นธรรม หลังน้องชายวิศวกร อายุ 26 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่จ.ศรีสะเกษ โดยใช้รถกระบะตู้ทึบที่บริษัทจัดหาให้ ซึ่งภายหลังตรวจสอบพบว่า ไม่มี พ.ร.บ. และไม่มีประกันภัย ภายหลังบริษัทขอเยียวยาเพียง 100,000 บาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 เม.ย.2569 นายสุขวิจิตร พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า น้องชายของตนทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า และต้องเดินทางไปส่งอุปกรณ์ เครื่องเลเซอร์คลินิกความงามที่ต่างจังหวัดเป็นประจำ ซึ่งบริษัทไม่มีรถของบริษัท จึงเช่ารถกระบะตู้ทึบ

วิศวกรหนุ่ม

พี่เศร้า ขอความเป็นธรรม วิศวกรหนุ่ม ประสบอุบัติเสียชีวิตขณะไปทำงาน ช็อกซ้ำ รถที่บริษัทจ้าง ไม่มีพ.ร.บ.-ไม่มีประกันภัย คนขับ รับ หลับใน บริษัทเยียวยา1แสน

ระหว่างทางที่กำลังเดินทาง รถคันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุพุ่งชนต้นไม้ ที่ จ.ศรีสะเกษ มีผู้โดยสารรวม 4 คน ประกอบด้วย คนขับ น้องชายของตนที่นั่งข้างคนขับ และเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน โดยหนึ่งในนั้นนั่งด้านหลัง และอีก 1 คนนั่งบริเวณหลังตู้ทึบ

ภายหลังคนขับยอมรับว่า หลับใน ส่งผลให้น้องชายของตนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ผู้โดยสารด้านหลังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และอีก 1 คนอาการสาหัสต้องเข้ารักษาในห้องไอซียู ส่วนคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

น้องวิศวกร

นายสุขวิจิตร กล่าวต่อว่า ทางครอบครัวได้ตรวจสอบข้อมูล และพบว่ารถคันดังกล่าวไม่มีทั้ง พ.ร.บ. และไม่มีประกันภัย จึงเข้าไปสอบถามเจ้าของบริษัท ซึ่งเจ้าของบริษัทบอกกับตนว่า รถที่จ้างแบบนี้เพื่อลดค่าใช้จ่าย และอ้างว่าใช้วิธีนี้มานานกว่า 40 ปีไม่เคยมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เมื่อทางครอบครัวถามถึงความรับผิดชอบ โดยให้เอาเงินเดือนคูณกับอายุงานที่เหลือหากน้องชายตนยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเจ้าของบริษัทไม่ยอมรับเงื่อนไขนั้น แต่เสนอเงินเยียวยาเพียง 100,000 บาท และระบุว่าเป็นจำนวนสูงสุดที่สามารถจ่ายได้

ซึ่งในวันเกิดเหตุ บริษัทโทรแจ้งข่าวแต่ไม่ได้จัดการเรื่องรับศพ ทำให้ครอบครัวต้องเดินทางไปรับศพด้วยตนเองจาก จ.นครปฐม อีกทั้งครอบครัวมีรถเก๋งไม่สามารถนำศพกลับได้เอง ต้องดำเนินการจ้างรถกู้ภัยเพื่อนำกลับศพไปประกอบพิธี

ไม่เพียงเท่านั้นพนักงานที่รับบาดเจ็บยังขอติดรถครอบครัวตนกลับบ้านหลังเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากทางบริษัทรับผิดชอบค่าเดินทางกลับคนละ 2,000 บาท และในส่วนของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ต้องผ่าตัด ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เพราะได้ยินข่าวมาว่าท่อนล่างไม่รู้สึกอะไรแล้ว โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมค่อนข้างที่จะยาก

ต่อมาในงานศพ ทางบริษัทได้ส่งทนายความมา และพยายามช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการมอบเงินช่วยงานศพ ถ่ายภาพที่งาน แต่ครอบครัวปฏิเสธ เนื่องจากมองว่าไม่เพียงพอและไม่เหมาะสมกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ทางทนายความ ยังระบุว่า ครอบครัวอาจได้รับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคมในส่วนค่าปลงศพ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับค่าชดเชยในส่วนอื่น พร้อมแนะนำว่าผู้เสียหายสามารถดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายได้

ทั้งนี้ นายสุขวิจิตร ยืนยันว่า ครอบครัวจะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับบริษัท เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องชาย และจะไม่ยอมเจรจา โดยมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่เกิดจากความประมาทและการขาดความรับผิดชอบของทางบริษัท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน