บริษัทเรือเข้าให้ข้อมูลดีเอสไอ ในฐานะพยาน หลังพบพิรุธเรือ 12 ลำ รวม 20 เที่ยว ลอยลำประวิงเวลากลางทะเลสุราษฎร์ธานี ก่อนขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ส่งผลน้ำมันล่องหนกลางทะเลกว่า 60 ล้านลิตร
เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวน นัดหมายบริษัทเรือ 2 แห่ง เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยากฟังข้อเท็จจริงว่า เรือเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องใช้เวลาวิ่งแล่นเรือช้าผิดปกติในช่วงเกิดเหตุการณ์
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่ของบริษัทเรือ พบว่าบริษัทบางแห่งใช้เรือวิ่งเพียง 1 ลำ แต่บางแห่งก็ใช้เรือวิ่ง 2-3 ลำ แต่ก็มีที่ใช้เรือวิ่งวนซ้ำ หากดูจากจำนวนเที่ยวเรือพบถึง 20 เที่ยว และมีเรือเพียง 12 ลำ ก็เป็นไปได้ว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนสอบถามถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท การรับค่าจ้างวิ่งแล่นเรือขนส่งน้ำมัน สัญญาจ้าง เป็นต้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบริษัทแต่ละแห่ง เข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นใดและไปส่งคลังบริษัทน้ำมันใดใน จ.สุราษฎร์ธานี ก็เป็นในส่วนที่กรรมการของบริษัทจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวน
พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยอีกว่า สำหรับบริษัทเจ้าของเรือ ที่พบทั้งหมด 8 บริษัท ตนดำเนินการสอบปากคำในฐานะพยาน แก่บริษัทเรือ 1 แห่งไปแล้วที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนนัดหมายบริษัทเรือให้เข้าให้ปากคำชี้แจง ในฐานะพยาน 2 บริษัท และอีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย.69 อีก 3 บริษัท ส่วนบริษัทอีก 2 แห่งที่เหลือยังไม่ได้คอนเฟิร์มเข้ามา ทราบว่าอยู่ต่างประเทศ หากมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวนให้รับทราบ
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ส่วนวันนี้ตนยังคงดำเนินงานอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหารือในเรื่องสำนวนคดีบริษัทคลังน้ำมัน ส่วนกรณีเคสที่จังหวัดอ่างทอง ยังอยู่ระหว่างเลือกธุรการทางคดี ซึ่งชุดคณะทำงานกลั่นกรองสำนวนคดีที่ขึ้นตรงกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ประมวลรายละเอียดเนื้อหาก่อนเสนออธิบดีฯ ใช้อำนาจพิจารณารับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ผ่านมา มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเรือ 1 แห่ง ทยอยเดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันทางเรือที่มีพฤติการณ์ประวิงเวลาและชะลอเวลาการขนส่งน้ำมัน จนเป็นเหตุให้มีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น
ปรากฏว่าผู้แทนของบริษัทเรือที่เข้าพบพนักงานสอบสวนได้รับฟังคำถามของผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามตัวแทนหนึ่งในบริษัทเจ้าของเรือ ให้ข้อมูลว่า ตนเองเป็นเพียงพนักงานของบริษัท และวันนี้ยืนยันว่าผู้บริหารได้เดินทางมาตามนัดหมายแน่นอน พร้อมนำข้อมูลและเอกสารทุกอย่างเข้ามาชี้แจงอย่างครบถ้วน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนความกังวลเรื่องมีชื่อบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกับความผิดปกติของน้ำมันที่หายกลางทะเลนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ เราพร้อมชี้แจง และในส่วนเรื่องของน้ำมันที่หายไป ก็รู้เพียงว่ามาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบในรายละเอียดหรือข้อมูลต่าง ๆ ก่อนทั้งหมดเข้าพบพนักงานสอบสวนในห้องกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ ส่วนบริษัทเจ้าของเรืออีกหนึ่งแห่ง คาดว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในช่วงบ่ายวันนี้