โทน บางแค เผยแจ้งความ บิ๊กเต่า พร้อมพวก ปมขู่บังคับชำระหนี้กับเจ้าหนี้ตัวจริง เจ้าตัวเคลียร์ทุกประเด็นที่ถูกครหา ยันไม่มีใบสั่ง เจอคำพูดชวนสงสัย เป็นเจ้าที่รัฐทำแบบนี้ได้หรือ ขอโทษ “ป๋อง สุพรรณ”
จากกรณี โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง เดินทางไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยอ้างว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ร่วมกับเจ้าหนี้และพวก ใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่บังคับทวงหนี้ และยกเลิกสัญญารับสภาพหนี้เดิมกับเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กรณีที่กล่าวอ้างว่าถูกข่มขู่กดดันบังคับให้ชำระหนี้กับเจ้าหนี้ โดยนายตำรวจระดับสูง
ต่อมาเวลา 12.50 น.วันที่ 5 พ.ค.69 ภายหลังจากใช้เวลาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นาน 3 ชั่วโมง โทน บางแค ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้ตนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ในข้อหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้ซึ่งมิใช่ของตน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งมีมากกว่า 1 คน แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดว่ามีใครบ้าง เพราะอยู่ในสำนวนคดี และตนได้ให้การไปหมดแล้ว
โทน บางแค กล่าวว่า ในวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้รับการประสานงานจาก คุณป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง ซึ่งตนก็ตั้งใจไปเป็นการส่วนตัว เพื่ออธิบายในเรื่องหนี้ที่เกิดขึ้น โดยตนก็ไม่สบายใจและอยากชี้แจงเพื่อความเข้าใจ รวมทั้งไม่รู้ว่ามีคดีด้วยหรือไม่
ปรากฎว่า ตนถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดในลักษณะที่ว่า “จะคุยหรือเปล่า ถ้าไม่คุยก็เดินออกไป” ทั้งที่ตนตั้งใจอยู่แล้วเพื่อไปอธิบายเรื่องหนี้สิน แต่พอมาเจอคำพูดและพฤติกรรมแบบนี้ ตนก็รู้สึกไม่สบายใจและสงสัยว่า คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสามารถติดตามทวงหนี้ได้หรือไม่
ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้อย่างไรนั้น ตนไม่รู้ แต่ที่ตัดสินใจแจ้งความเพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ยอมรับว่ากลัว ไม่รู้ว่า หลังจากนี้จะถูกคุกคามหรือจะโดนอะไรหรือไม่ เพราะคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจ รวมทั้งรู้สึกถูกกดดันและไม่สบายใจ เลยนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย
โทน บางแค ยืนยันว่า การแจ้งความครั้งนี้ เป็นเพราะตนถูกกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมจริง ไม่มีใครสั่งให้ทำแน่นอน มั่นใจ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ จะให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือวัดอะไรก็ได้
ส่วนประเด็นหนี้สิน โทน บางแค ยอมรับว่า มีหนี้สินกับเจ้าหนี้รายดังกล่าวจริง 2 สัญญา เป็นจำนวนหลักร้อยล้านบาท ที่ผ่านมาตนก็ได้ทยอยชำระบ้าง โดยได้ชำระหนี้ดังกล่าวล่วงหน้าถึงปี 2570 รวมทั้งมีการค้ำประกันหนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ไปจนถึงการจ่ายเช็กล่วงหน้ารายเดือนเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว
ส่วนที่มีสื่อบางสำนักอ้างว่า ตนไปฉ้อโกง เบี้ยวหนี้ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยทำผิดสัญญาหนี้แต่อย่างใด ซึ่งตนมีทั้งหนี้ของภาคเอกชนคือเจ้าหนี้รายดังกล่าว และหนี้ธนาคาร 2-3 ธนาคาร ตนก็ได้ชำระหนี้ตามปกติ สามารถตรวจสอบเช็กเครดิตบูโรได้
สำหรับสาเหตุที่มีหนี้เยอะ เพราะตนต้องหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียนธุรกิจซื้อขายพระเครื่อง เพื่อให้ธุรกิจเติบโต บางทีพระบางองค์ก็จม ขายไม่ออก หรือขายไม่ได้กำไร จึงต้องหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ตอนนี้ตนมีสถานะการเงินที่ปกติ สามารถตรวจสอบได้ ทำธุรกิจมานานกว่า 30 ปี ก็เคยกู้หนี้ยืมสินจากหลายคน แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร
ส่วนกรณีเช็คเด้งนั้น โทน บางแค บอกว่า เวลามีปัญหาเช็คเด้ง ตนเคลียร์ไปหมดแล้ว และถ้ามีเช็คเด้งจริงป่านนี้ก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องทางอาญา ตนก็มีปัญหาถูกฉ้อโกงมาเยอะ แต่ก็ทยอยไล่ฟ้องดำเนินคดีและสืบทรัพย์ตามคำพิพากษาไป
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าจะถูกออกหมายจับหรือถูกดำเนินคดี โทน บางแค เผยว่า ไม่กังวลหรือหนักใจในเรื่องนี้ เพราะมั่นใจว่าตนไม่ได้กระทำความผิดอะไร หากเกิดถูกออกหมายจับหรือมีคดีจริง ก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการประกันตัวและชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ
ส่วนประเด็นที่มีเซียนพระหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนอ้างว่าตนขายพระปลอมนั้น ตลอดทั้งชีวิตในการสร้างชื่อเสียงมาได้ และยืนยันว่าตนขายพระแท้มาตลอด แม้กำไรจะน้อยและรวยช้า แต่ก็เป็นการสร้างกำไรร่ำรวยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ยอมรับว่าตนบริหารเงินผิดพลาด เลยมีปัญหางูกินหาง
ตนไม่กังวลในเรื่องเครดิตในวงการพระ ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวอาจทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงบ้าง แต่ก็มั่นใจว่า ตนจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ทุกอย่างเป็นความจริง ซึ่งความจริงก็จะช่วยเพิ่มเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง ยังยินดีด้วยซ้ำที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
สำหรับการสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตนรู้สึกเหนื่อยและหนักใจ แต่ก็ไม่ชี้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ขอให้กระบวนการกฎหมายและคำพิพากษาเป็นผู้ชี้ว่าใครเป็นคนผิดดีกว่า ต่อให้เงิน อำนาจ บารมี จะสามารถซื้อข่าวได้ แต่ก็ไม่สามารถซื้อความจริงได้ ตนก็ยึดมั่นในความจริงและสามารถพิสูจน์ตัวเองได้
โทน บางแค ยังได้สื่อสารถึงป๋อง สุพรรณ ด้วยว่า ตนไม่โกรธและยังคงเคารพนับถือป๋อง สุพรรณ ในฐานะรุ่นพี่เช่นเดิม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าและไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด ถ้าตนทำให้พี่ป๋อง สุพรรณ รู้สึกลำบากใจ ก็ขอโทษและยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำให้ป๋อง สุพรรณ ลำบากใจ
หลังจากนี้ ตนจะไปยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลที่อ้างตัวเองว่าเป็นพนักงานอัยการจริงหรือไม่ ในวันที่เกิดเหตุ และถ้าเป็นพนักงานอัยการจริง จะมีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือไม่