โฆษกกรมราชทัณฑ์เเจง หนุ่มจีนคลังแสง ออกจากเรือนจำ ส่งรักษา รพ. หลังชักเกร็ง คาดกินยาเกินขนาดตั้งแต่ก่อนฝากขังเข้าเรือนจำ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ร่วมกับตำรวจประกบเข้ม
จากกรณี นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนภายในรถ และขยายผลไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามซุกซ่อนในบ้านพัก จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการรวม 5 ราย พร้อมตรวจยึดปืนไรเฟิลจู่โจม M4 และวัตถุระเบิดจำนวนมาก
ต่อมา เจ้าหน้าที่ ตม.ชลบุรี ควบคุมตัวนายหมิงเฉิน ส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา หลังถูกแจ้งข้อหาหนัก ขณะที่ระหว่างควบคุมตัวพบว่าผู้ต้องหามีอาการเครียดและซึมเศร้า ไม่ยอมรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำเปล่า และขอสูบบุหรี่ 2-3 มวนต่อครั้ง
คืบหน้า วันที่ 12 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อเวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา ของวันที่ 11 พ.ค. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา ได้มีการนำตัวนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ในคดีซุกระเบิดซีโฟร์และอาวุธสงครามจำนวนมาก ไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน
หลังมีอาการชักเกร็งในระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบจำแนกแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ของเรือนจำพิเศษพัทยา ซึ่งบรรยากาศที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย
จากการสอบถามข้อมูลทราบว่านายหมิงเฉิน ซัน มีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง รวมถึงร่างกายอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลด้วยว่าภายหลังจากที่ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมได้มีการไม่ยอมรับประทานอาหารรวมแล้วเป็นเวลา 3 วัน และกำลังเข้าสู่วันที่ 4 โดยเจ้าตัวดื่มเพียงน้ำเปล่า รวมถึงมีสภาวะเครียด จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว
ส่วนทางด้านการรักษานั้น ทีมแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาที่จะทำให้ผู้ต้องหารายนี้เกิดอาการผ่อนคลาย และจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 24 ชม.
ขณะที่ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติกับตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมทั้งระบุว่า ให้มีการผลัดเปลี่ยนกันมาประกบควบคุมและดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหารายนี้อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ผู้ต้องหาเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลฯ จนกว่าผู้ต้องหาจะมีอาการดีขึ้น จนถึงขั้นตอนการนำตัวส่งกลับเข้าเรือนจำ
นอกจากนี้ มีการรายงานจากทีมแพทย์ระบุว่าหากผู้ต้องหายังมีอาการไม่ดีขึ้น จะต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด คือ โรงพยาบาลชลบุรี โดยตำรวจจะมีการจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี เข้ามาดูแลรับช่วงต่อในการควบคุมดูแลผู้ต้องหารายนี้นั้น
ด้าน นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า คืนวานนี้ (11 พ.ค.) ตนได้รับแจ้งรายงานเหตุเบื้องต้นจาก ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา ทราบว่าทางผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ยังไม่ได้มีการย้ายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่อย่างใด
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการกินยาเกินขนาด โดยเป็นยาที่ผู้ต้องหาใช้รักษาพกติดตัวไว้อยู่แล้ว ซึ่งน่าจะมีการกินมาก่อนที่จะมาฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากการจะกินยาหรือขอนำยารักษาโรคประจำตัวเข้าสู่เรือนจำฯ จะต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน
ทั้งนี้ แม้ทางผู้ต้องหาจะมีการอดอาหารตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนมา 3 วัน แต่ก็มีการดื่มน้ำเปล่ามาบ้าง ซึ่งหากดูจากสถานการณ์ คงเป็นเรื่องของการเผชิญความเครียดสูง และก็ยังคงไม่ได้มีญาติมาเยี่ยม
ดังนั้น ระหว่างนี้ที่ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และทางราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยประกบดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัย ส่วนรายละเอียดเนื้อหาเพิ่มเติมจากนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ จะรีบสรุปรายงานเพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไปด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง



