กรมจัดหางานเร่งถกทูตเกาหลี ปมแรงงานไทยหลบหนีนายจ้าง ภายใต้วีซ่า E-8 จนถูกแบน 4 จังหวัด อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ ยันไม่กระทบล็อตอื่นๆ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาลในประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้วีซ่า E-8 หลบหนีนายจ้าง จนส่งผลให้เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ ห้ามส่งแรงงานไปทำงานภายใต้วีซ่าดังกล่าว ว่า ปัจจุบันไทยมีแรงงานเดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้หลายระบบ

โดยเฉพาะภาคการเกษตรตามฤดูกาล ซึ่งรัฐบาลไทยได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ 7 อำเภอของเกาหลีใต้ เพื่อส่งแรงงานไทยไปทำงานภายใต้วีซ่า E-8 เป็นระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และสามารถกลับไปทำงานใหม่ได้ในฤดูกาลถัดไป

อย่างไรก็ตาม ใน MOU มีเงื่อนไขสำคัญคือแรงงานต้องไม่หลบหนีนายจ้าง หากจังหวัดใดมีแรงงานหลบหนีเกิน 20% ของจำนวนที่ส่งไป จังหวัดนั้นจะถูกระงับการส่งแรงงานไปทำงานภายใต้วีซ่า E-8 ทันที ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับที่หลายประเทศต้องปฏิบัติ ไม่ได้ใช้เฉพาะประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่ากับว่าแรงงานทั้งจังหวัดถูกตัดสิทธิ ทั้งที่บางคนไม่ได้เกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เป็นข้อกำหนดใน MOU ที่กำหนดร่วมกันไว้ โดยปัจจุบันไทยส่งแรงงานภายใต้วีซ่า E-8 ไปแล้ว 80 คน และได้รับแจ้งจากทางการเกาหลีใต้ว่า มี 4 จังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ เนื่องจากมีแรงงานหลบหนีเกินเกณฑ์ที่กำหนด

“ถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะกระทบสิทธิแรงงานที่ต้องการไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย ทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด” นายสมชาย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาการหลบหนีวีซ่า E-8 มีมากน้อยเพียงใด นายสมชาย กล่าวว่า เกาหลีใต้กำหนดเกณฑ์ไว้ว่าแรงงานที่เดินทางไปทำงานด้วยวีซ่า E-8 ต้องมีอัตราหลบหนีไม่เกิน 20% ซึ่งขณะนี้ไทยส่งไปแล้ว 80 คน และพบว่าใน 4 จังหวัดดังกล่าวมีสัดส่วนแรงงานหลบหนีเกินเกณฑ์ดังกล่าว

เมื่อถามว่าหมายความว่ามีแรงงานหลบหนีจำนวนมากหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด แต่บางจังหวัดมีสัดส่วนเกิน 20% ขณะที่บางจังหวัด เช่น บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ยังไม่มีปัญหาหรือมีอัตราหลบหนีต่ำกว่าเกณฑ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงงานที่หลบหนีขณะนี้อยู่ที่ใด นายสมชาย กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดลงพื้นที่พบครอบครัวของแรงงาน เพื่อสอบถามข้อมูลว่าแรงงานไปทำงานกับนายจ้างรายใด หรือพักอยู่กับใครในเกาหลีใต้ เพื่อประสานติดตามตัวกลับประเทศ

เมื่อถามว่า การหลบหนีวีซ่ามีความผิดอย่างไรบ้าง นายสมชาย กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมายเกาหลีใต้ถือว่ามีความผิด ทั้งโทษจำคุกและปรับ ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีโทษทางอาญาโดยตรง แต่รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติม เพราะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยในภาพรวม

“ถ้าปล่อยให้มีการหลบหนีต่อเนื่อง จะทำให้แรงงานไทยที่อยากไปทำงานถูกต้องตามกฎหมายหมดโอกาสเดินทางไปทำงาน” นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีแรงงานล็อตใหม่ที่กำลังรอเดินทางอีกหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานประมาณ 45 คน จากจังหวัดหนองคายและอุบลราชธานี อยู่ระหว่างรอการอนุมัติวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่ได้อยู่ใน 4 จังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคยขึ้นบัญชีดำจังหวัดของไทยหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ยังไม่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากแม้ไทยจะลงนาม MOU ตั้งแต่ปี 2566 แต่เพิ่งเริ่มส่งแรงงานจริงในปีนี้ และส่งไปเพียง 80 คนเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงงานที่หลบหนี ส่วนใหญ่หลบหนีในช่วงใดของสัญญา นายสมชายกล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ่แรงงานจะรอรับค่าจ้างเดือนแรกก่อน จากนั้นจึงหลบหนีไปทำงานกับนายจ้างอื่น

เมื่อถามว่า กระทรวงแรงงานจะเจรจากับเกาหลีใต้อย่างไรเพื่อปลดล็อกบัญชีดำ นายสมชาย กล่าวว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้เร่งหารือกับสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย เพื่อหามาตรการร่วมกัน โดยเฉพาะการกำหนดบทลงโทษเฉพาะผู้หลบหนี ไม่ให้กระทบแรงงานทั้งจังหวัด

“เราไม่อยากให้แรงงานที่ไม่ได้ทำผิดต้องเสียโอกาสไปทั้งหมด” นายสมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อวีซ่าประเภทอื่นหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบต่อวีซ่าประเภทอื่น เช่น E-9 หรือ E-7 โดยบัญชีดำครั้งนี้มีผลเฉพาะวีซ่า E-8 สำหรับแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาลเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข้อร้องเรียนว่าแรงงานบางส่วนถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ โดนลวนลามโดยนายจ้าง นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่หากตรวจสอบพบว่าแรงงานถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวหารือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับนายจ้างตามกฎหมาย

“แรงงานไทยทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เดินทางไปแล้วถูกเอาเปรียบ” นายสมชายกล่าว

เมื่อถามว่า หากติดตามตัวแรงงานที่หลบหนีกลับประเทศไทยได้ จะมีมาตรการลงโทษหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า เบื้องต้นจะมีมาตรการขึ้นบัญชีดำเฉพาะบุคคล ไม่ให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศอีก เนื่องจากถือว่าสร้างผลกระทบต่อระบบแรงงานไทยโดยรวม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหานี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์แรงงานไทยหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ปัจจุบันยังมีแรงงานไทยผิดกฎหมาย หรือ “ผีน้อย” อยู่ในเกาหลีใต้ประมาณ 110,000 คน แม้จะลดลงจากเดิมที่เคยมีมากกว่า 150,000 คน แต่ยังถือว่าเป็นตัวเลขสูง และส่งผลกระทบทั้งต่อแรงงานไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา

“เราต้องช่วยกันลดปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย เพราะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของเกาหลีใต้ที่มีต่อคนไทยทั้งหมด” นายสมชายกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน