รฟท. เตรียมเอาผิด คนขับรถไฟ-คนคุมราง สั่งพ้นสภาพการเป็นเจ้าพนักงานไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน

วันที่ 18 พ.ค.2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้าน ทั้งมาตรฐานผู้ขับขี่ ระบบควบคุมราง ระบบแจ้งเตือน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลสอบเบื้องต้นได้ไม่เกินวันพุธนี้

จากรายงานเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถไฟมีใบอนุญาตขับรถไฟเดิมอยู่แล้ว แต่​ ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 และอยู่ในช่วงผ่อนผัน 120 วัน

ทั้งนี้ ใบขับขี่ของ รฟท. กับใบอนุญาตของกรมการขนส่งทางรางเป็นคนละส่วนกัน โดยก่อนหน้านี้ รฟท. ใช้ระบบภายในของตัวเอง แต่เมื่อมีกฎหมายใหม่ กรมการขนส่งทางรางเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลเพิ่มเติม จึงเกิดช่วงเปลี่ยนผ่านของระบบอย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่ข้ออ้าง แม้คนขับจะยังอยู่ในระยะเวลาดำเนินการตามกฎหมาย แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบและรับผิดชอบ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนของการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ตามปกติมีการตรวจแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวอยู่แล้ว แต่การตรวจสารเสพติดจะใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นรอบ ส่วนการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับรถไฟ ตนได้ดูรายงานผลการตรวจทดสอบระบบ Screen Test พบว่า ผลเป็น positive ทุกตัว ซึ่งยังเปิดเผยข้อมูลว่าพบสารชนิดใดบ้างไม่ได้ เนื่องจากเป็นการตรวจเบื้องต้นในทางการแพทย์ แต่ขอย้ำว่า ขึ้น positive ทุกตัว

และถามว่าคนขับรายดังกล่าวยอมรับว่ามีการเสพยาเสพติดหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่ทราบ เนื่องจากเป็นการดำเนินการของตำรวจที่ต้องสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการให้ “ตรวจทั้งหมด” ทั้งในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขสมก. และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมถึงให้มีการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดอย่างเข้มงวดมากขึ้น

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า คนขับรถไฟและคนคุมรางยังให้การไม่ตรงกัน จึงต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่ง กระทรวงคมนาคม โดย รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ในการฟ้องดำเนินคดีกับคนขับรถไฟและคนคุมราง

เบื้องต้นได้สั่งให้คนขับรถไฟ และเจ้าหน้าที่คุมราง ทั้ง 2 คน พ้นสภาพการเป็นเจ้าพนักงานไว้ก่อน ตามขั้นตอนการสอบสวน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน และสั่งการให้รายงานความคืบหน้าภายในวันที่ 20 พ.ค. 2569

นายสิริพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้นด้วยการบริหารจัดการ “คน” และลดความผิดพลาดจากปัจจัยมนุษย์ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันในระยะยาวจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากและต้องเร่งรัดโครงการก่อสร้างระบบป้องกันให้แล้วเสร็จ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบริหารจัดการภาพรวมอย่างเป็นระบบ แม้จะติดข้อจำกัดด้านระเบียบและขั้นตอนราชการก็ตาม

สำหรับมาตรการด้านการเดินรถสินค้า กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณาแนวทางจำกัดเวลาการเดินรถขนส่งสินค้าหนัก ให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางวันในลักษณะเดียวกับมาตรการรถบรรทุกของกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากรถสินค้ามีน้ำหนักมาก ใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ และต้องอาศัยทักษะในการควบคุมสูงกว่ารถทั่วไป

โดยจะผลักดันให้เน้นวิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่การจราจรเบาบางแทน ส่วนการดูแลที่จุดเกิดเหตุหลังจากนี้ จะหารือกับ ทางกรุงเทพมหานคร และ ตร.จราจร เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน